
ช่อง3กำไรหดทีวีดิจิทัลฉุด
หันลงทุนเนื้อหาช่องดั้งเดิมโกยรายได้.วอนกสทช.นัดหารือก่อนตัดสินอะนาล็อก
หันลงทุนเนื้อหาช่องดั้งเดิมโกยรายได้.วอนกสทช.นัดหารือก่อนตัดสินอะนาล็อก
ช่อง 3 ทำใจ กำไรปีนี้วูบ 800 ล้าน เหตุหลักลงทุนทีวีดิจิทัล แต่ ผู้ชมไม่เข้าเป้า วอน กสทช.ชัดเจน
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ในเครือบริษัท บีอีซี เวิลด์ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ ในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา มีผลกำไรลดลงประมาณ 400 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากใช้งบลงทุนส่วนหนึ่งไปกับธุรกิจทีวีดิจิทัลที่ชนะประมูลได้ 3 ช่อง เช่น ค่าใบอนุญาต ค่าโครงข่าย ค่าคอนเทนต์ ค่าเช่าสถานที่ และค่าบุคลากร ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง
นอกจากนี้ จากจำนวนผู้ชมทีวีดิจิทัลที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงทำให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลยังไม่มีรายได้จากการขายโฆษณาเข้ามามากนัก ซึ่งจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้คาดการณ์ว่าภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ ในสิ้นปีนี้อาจมีกำไรลดลง 700-800 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมรายได้ของกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ ในสิ้นปีนี้คาดจะเติบโตไม่ถึง 10% เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา แต่กลุ่มธุรกิจทีวียังเป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับกลุ่มบริษัทโดยเฉพาะช่อง 3 ออริจินัลหรือช่อง 3 อะนาล็อก ซึ่งยังคงสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ จากศักยภาพที่ดีดังกล่าวของช่อง 3 ออริจินัล ส่งผลให้บริษัทยังเดินหน้าลงทุนคอนเทนต์ต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 4,0005,000 ล้านบาท ซึ่งจากแผนดังกล่าวจะเห็นได้ว่าช่อง 3 ออริจินัลมีคอนเทนต์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การผลิตละครฟอร์มยักษ์ที่ไปถ่ายทำถึงต่างประเทศ หรือการนำคอนเทนต์กีฬาดังอย่างการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
“หาก กสทช.มีแนวคิดที่จะยืดเวลาช่อง 3 อะนาล็อกจริง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่อง 3 อะนาล็อกยังคงเป็นช่องที่ทำรายได้หลักให้กับบริษัท แต่อยากจะขอความชัดเจนนิดนึงว่า ถ้ายืดระยะเวลาจริงจะยืดได้ถึงเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วง 5 เดือนที่เหลือนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนงานเดิมที่วางไว้” นายสุรินทร์ กล่าว
นายสำราญ ฉัตรโท รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ กล่าวว่า แนวทางธุรกิจจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ข่าว ด้วยการวางกลยุทธ์ของข่าวแต่ละช่องให้แตกต่างกัน โดยช่อง 3 ออริจินัล และช่อง 3 เอชดี จะวางคอนเทนต์เป็นแม็คโคร เน้นการนำเสนอข่าวในมุมกว้าง ขณะที่ช่อง 3 เอชดี จะวางคอนเทนต์เป็นไมโครเน้นการรายงานข่าวแบบลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชน และช่อง 3 family วางคอนเทนต์เป็นนาโนเน้นข่าวตอบโจทย์ครอบครัว
ปัจจุบันช่อง 3 ออริจินัลมีการผลิตคอนเทนต์ข่าวออกอากาศอยู่ที่ประมาณ 51% ของรายการทั้งหมด หรือประมาณกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ช่อง 3HD ผลิตคอนเทนต์รายการข่าว 8 ชั่วโมงต่อวัน ช่อง3SD ผลิตคอนเทนต์ข่างออกอากาศ 11 ชั่วโมงต่อวัน และช่อง 3 family ผลิตคอนเทนต์ข่าวออกอากาศ 8 ชั่วโมงต่อวัน รวม 4 ช่องผลิตรายการข่าวออกอากาศมากกว่า 30 ชั่วโมงต่อวัน
นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการ บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า หากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีแผนจะยืดเวลาให้ช่อง 3 อะนาล็อกจริง ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุย กับ กสทช.ถึงเรื่องดังกล่าว โดยสิ่งที่ต้องการให้ กสทช.ทำมากที่สุดในตอนนี้ คือ การเรียกบริษัทเข้าไปหารือในประเด็นดังกล่าว







