อุตฯ-ส.อ.ท.ถกแนวทางเร่งเครื่องอุตสาหกรรม
ผู้บริหารกระทรวงอุตฯ - ส.อ.ท. หารือนัด 2 หาแนวทางเร่งเครื่องอุตฯตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำลังการผลิตเป็น80-85%ในปี58
ผู้บริหารกระทรวงอุตฯ - ส.อ.ท. หารือนัด 2 หาแนวทางเร่งเครื่องอุตฯตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำลังการผลิตเป็น80-85%ในปี58
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ได้ร่วมประชุมหารือกับผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 2/2557 เพื่อหามาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างรวดเร็วและ มีประสิทธิภาพ พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ผลักดันและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างกัน
การหารือครั้งนี้ซึ่ง ส.อ.ท. เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมนั้น มีวาระที่สืบเนื่องจากการหารือนัดแรก ซึ่งได้ ได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกัน ทั้งสิ้น 4 ชุด คือ คณะทำงานปรับปรุงการออกใบอนุญาตของกระทรวงอุตสาหกรรมทำหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์ ปรับปรุงและจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการออกใบอนุญาตต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คณะทำงานแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและขยะอุตสาหกรรม คณะทำงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม และ คณะทำงานต่อต้านคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ ซึ่งในครั้งนี้คณะทำงานทั้ง 4 ด้านจากฝ่ายของ ส.อ.ท. มีข้อเสนอหลายข้อเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน
นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานส.อ.ท.ในฐานะประธานคณะทำงานร่วมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม กล่าวว่า ส.อ.ท.มีเป้าหมายที่จะเพิ่มอัตรากำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาที่ปัจจุบันอยู่ที่ 60% ขยายเป็น 70-75% และเพิ่มขึ้นเป็น 80-85% ในปี 2558 โดยเน้นแนวทางดังนี้ ได้แก่ เสริมสร้าง Productivity ในทุกระดับ การสนับสนุน Best Practice Sharing และจัดให้มีระบบที่ปรึกษา / คลินิก / โครงการ
การขยายโอกาสทางการตลาด โดยส่งเสริมการค้าชายแดน – นิคมอุตสาหกรรมชายแดน / เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) พร้อมทั้งตลาดใหม่ๆ เช่น กลุ่ม BRICS และจัดให้มีการBusiness Matching/ Business Networking และ ส่งเสริมคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในแต่ละ Value Chain และ ผลักดันโครงการพี่ช่วยน้อง (รายใหญ่ช่วยรายเล็ก) และรวมถึงการใช้สินค้าที่ผลิตในไทยหรือ Made in Thailand
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ และประธานคณะทำงานร่วม ปรับปรุงการออกใบอนุญาตต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ส.อ.ท. ได้เสนอแนวทางยกระดับมาตรฐานการขอใบอนุญาต รง.4 โดยการประสานความร่วมมือกับหน่วยวิชาการ เช่น สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ทำหน้าที่เป็น Third party ในการออกแบบและพัฒนาระบบบำบัดมลพิษพร้อมให้การรับรอง ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับและพัฒนามาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยสภาอุตสาหกรรมฯ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีการดำเนินงานอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามหลักวิชาการ โดยคำนึงถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินงานอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการจะต้องได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการขอใบอนุญาต รวมถึงการประกอบกิจการโรงงาน ภายใต้ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม โดยสภาอุตสาหกรรมฯ เสนอให้จัดตั้งศูนย์บริการ One Stop Service ที่ ส.อ.ท. เพื่อให้บริการด้านต่างๆ แก่สมาชิก โดยเฉพาะประเด็นการจัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอใบอนุญาต รง. 4 จำนวน 12 รายการ เพื่อให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานยิ่งขึ้น
ขณะที่นายสมชาย หวังวัฒนาพาณิช รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ และประธานคณะทำงานร่วม การแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและขยะอุตสาหกรรม กล่าวว่า ส.อ.ท. ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนให้มีการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ มีมาตรฐาน ครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและขยะอุตสาหกรรม โดยเสนอให้ จัดกลุ่มหรือแบ่งเกรดโรงงานอุตสาหกรรม หากโรงงานอยู่ในกลุ่มเกรดที่ดีให้ใช้นโยบายส่งเสริมการพัฒนาหรือใช้มาตรการจูงใจ (Incentive) เช่น การต่อใบอนุญาตอัตโนมัติโดยไม่ต้องตรวจโรงงาน การสนับสนุน Green Industry, Eco Factory, CSR, Eco Industrial Town อย่างต่อเนื่องและจริงจัง แต่หากอยู่ในกลุ่มเกรดที่ไม่ดี ให้ใช้นโยบายลงโทษทางสังคม หรือการทำ Blacklist รวมทั้งมาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดรวมถึงการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาเพื่อยกระดับการจัดการให้ดียิ่งขึ้น
ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนการจัดการมลพิษ เช่น 3Rs ประสานความร่วมมือกับนักวิชาการในการพัฒนา / ยกระดับระบบบำบัดมลพิษ และ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรพัฒนาเอกชนในการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบสภาวะสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นางสาวเพชรรัตน์ เอกแสงกุล รองประธานสายงานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรม ส.อ.ท. กล่าวว่า ที่ประชุม ยังได้มีการการหารือเรื่องมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่ง ส.อ.ท. ได้นำประเด็นหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยนำเสนอให้ การเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเปิด AEC เร่งผลักดันให้มีการออกมาตรฐานบังคับ เพื่อป้องกันสินค้าที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาในประเทศ พร้อมทั้งเร่งดำเนินการจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ฉบับภาษาอังกฤษ อีกทั้งพัฒนาระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการวิชาการ (กว.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการร่างมาตรฐาน และการพัฒนาระบบการออกใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ / การตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในประเทศ
รวมถึงเสนอเรื่องการพัฒนาห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ รวมถึงเครื่องมือทดสอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในประเทศ ผลักดันและสนับสนุนให้มีการยกระดับศูนย์ทดสอบภายในประเทศ ให้ได้มาตรฐานระดับสากล อีกทั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศในอาเซียนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อกำหนดมาตรการทดสอบ พร้อมทั้งส่งผู้แทนเข้าร่วมในเวทีต่างๆ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวด้านมาตรฐานในระดับนานาชาติ
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังการหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อหามาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ครั้งที่2 ว่า ขณะนี้การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงฯ และส.อ.ท. ยังคงอยู่ในระยะแรกของการแก้ปัญหาที่มีอยู่ เช่นการแก้ไขระยะเวลาการออกใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งส่วนนี้ในระยะสั้นจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ ส่วนในระยะยาวนั้นจะมีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว







