
จีนถล่มสิ่งทอ
ดัมพ์ส่งออกตีอาเซียนครึ่งปีหด3.5%กสิกรแนะลุยผ้ารถยนต์โรงแรม
ดัมพ์ส่งออกตีอาเซียนครึ่งปีหด3.5%กสิกรแนะลุยผ้ารถยนต์โรงแรม
ส่งออกสิ่งทออาเซียนครึ่งปีหด 3.5% สวนกระแสตลาดอื่นโต เอกชนชี้เจอจีนตีตลาด
นายวัลลภ วิตนากร ประธานบริษัท ไฮเทค แอพพาเรล เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ไทยประสบปัญหาต้นทุนของสินค้าผ้าผืนไม่สามารถแข่งขันได้ จนภาพรวมสินค้าผ้าผืนครึ่งปีแรกติดลบประมาณ 1.4% ขณะที่วัตถุดิบอื่นๆ นั้นไทยก็ถูกจีนตีตลาดในอาเซียน ภาพรวมการส่งออกสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไปอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผ้าผืนและวัตถุดิบจึงติดลบ สวนกระแสที่ภาพรวมตลาดอื่นเติบโตเฉลี่ยประมาณ 2%
สำหรับตลาดอาเซียนในช่วงครึ่งปีหลัง ต้องรอลุ้นยอดสั่งซื้อช่วงปลายไตรมาส 4 เพื่อให้ตลาดฟื้นตัวอีกครั้ง แต่คาดว่าทั้งปี 2557 จะยังติดลบอยู่ 1% ขณะที่ภาพรวมการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มทุกตลาดจะเติบโต 11.5%
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปี 2558 ตลาดอาเซียนจะสามารถฟื้นตัวได้อีกครั้ง เนื่องจากผู้ประกอบการที่ขยายฐานการผลิตไปในประเทศเพื่อนบ้านจะเริ่มผลิตสินค้าได้เต็มกำลังการผลิตมากขึ้น ส่งผลให้มียอดส่งออกสินค้ามากขึ้นด้วย
ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดส่งออกสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไปยังกลุ่มอาเซียนในช่วงครึ่งปีแรกหดตัวลง 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 โดยสาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องจากต้นทุนการผลิตในประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าของไทยแข่งขันได้ลำบากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง นอกจากนี้ ไทยยังถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากคู่ค้าหลักอย่างสหภาพยุโรป จึงกดดันให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างไรก็ตามคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ เนื่องจากผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญและเร่งทำตลาดอาเซียนมากขึ้น เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
สำหรับสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออกไปตลาดอาเซียน ได้แก่ ผ้าผืนเพื่อใช้ผลิตเครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอเพื่อใช้ในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ประยุกต์ใช้เป็นชิ้นส่วนในยานยนต์ เนื่องจากมีการขยายธุรกิจท่องเที่ยว ยานยนต์ และอสังหาริมทรัพย์ในอาเซียนมากขึ้น
ด้านการส่งออกสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ อยู่ที่ 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวลง 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 ส่วนภาพรวมทั้งปีคาดว่าจะเติบโตได้ 03% อยู่ที่ 7,500-7,700 ล้านเหรียญสหรัฐ







