
เลือกตลาดก่อนออกแบบ
อุตสาหกรรมแฟชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูปในบ้านเรา หากมอง ในภาพรวมแล้วค่อนข้างมีการแข่งขันสูง ทั้งการเข้ามาของสารพัดแบรนด์เนมเสื้อผ้าจากต่างประเทศ ที่ทยอยตบเท้าเข้ามาทำตลาดในไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น ในระดับราคาที่กลุ่มคนชั้นกลางเอื้อมถึง ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจแฟชั่นดีไซเนอร์ไทยพอสมควร
อุตสาหกรรมแฟชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูปในบ้านเรา หากมอง ในภาพรวมแล้วค่อนข้างมีการแข่งขันสูง ทั้งการเข้ามาของสารพัดแบรนด์เนมเสื้อผ้าจากต่างประเทศ ที่ทยอยตบเท้าเข้ามาทำตลาดในไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น ในระดับราคาที่กลุ่มคนชั้นกลางเอื้อมถึง ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจแฟชั่นดีไซเนอร์ไทยพอสมควร
อย่างไรก็ตาม เจ้าของเสื้อผ้าแบรนด์ไทยหรือห้องเสื้อดีไซเนอร์ไทยหลายราย ต่างก็ได้ทยอยปรับตัวธุรกิจเพื่อให้กิจการอยู่รอด ที่ต่างหันมาให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพการตัดเย็บ คัตติ้ง ที่มีความประณีต เนื้อผ้าที่มีคุณภาพแตกต่างไปจากตลาดทั่วไปมากขึ้น ที่แม้ว่าจะมีต้นทุนขยับสูงขึ้นกว่าเก่า ทั้งนี้เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์สินค้าเสื้อผ้าของตัวเอง เพื่อใช้เป็นจุดเด่นในการทำตลาด
นอกจากให้ความสำคัญในด้านกระบวนการผลิตแล้ว การติดตามเทรนด์แฟชั่นที่เกิดขึ้นในระดับโลก นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในแวดวงนักออกแบบแฟชั่น เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการออกแบบของเจ้าของเสื้อผ้าเอง โดยไม่จำเป็นต้อง “ก๊อบ” เทรนด์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด
ต่อเรื่องนี้ กันยกร คุณากร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และดีไซเนอร์ บริษัท อมตะฟิโลโซฟี และดีไซเนอร์เสื้อผ้าแบรนด์ อมตะ (AMATA) บอกว่า เทรนด์การออกแบบหรือแนวโน้มความนิยมแฟชั่นในปัจจุบัน ยิ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากในช่วงที่ผ่านมา “ฮิต” ผ้าลายพิมพ์ ซึ่งได้รับความนิยมมานานพอสมควร ที่ปัจจุบันลายพิมพ์ก็ยังอยู่ในช่วงปลายๆ ในตอนนี้ แต่ก็น่าห่วงตรงที่ก๊อบปี้ง่าย ไปไหนก็จะเจอแต่งานลายพิมพ์ผ้า เป็นต้น ที่แม้ว่าจะมีเจ้าของเสื้อผ้าดีไซเนอร์ไทยหลายแบรนด์ หันไปสร้างความต่างด้วยแบบลวดลายพิมพ์ผ้าก็ตาม แต่สุดท้ายก็ไม่แตกต่างไปอยู่ดี
พร้อมให้แนวคิดต่อไปว่า เทรนด์ดังกล่าวแม้จะได้รับความนิยม เจ้าของหรือดีไซเนอร์ก็ควรนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าของเรามากกว่า ลอกเทรนด์มาทั้งหมด โดยเฉพาะการคำนึงถึงตลาดเป็นปัจจัยหลัก ว่ามีความต้องการงานลักษณะใด อย่างงานเสื้อผ้าดีไซเนอร์ไทย อาจมีความถนัดเรื่องงานคราฟท์ หรืองานฝีมือ งานปัก จับจีบผ้า เป็นต้น ซึ่งก็อาจทำตลาดในประเทศแถบเอเชีย อย่าง ญี่ปุ่น จีน ที่มีความชอบงานคราฟท์คล้ายๆ บ้านเรา
แต่ขณะเดียวกัน ก็อย่าลืมว่างานคราฟท์บนเสื้อผ้าก็อาจไม่สามารถเข้าไปได้ดีในทุกตลาด อย่างสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปก็อาจชอบงานเสื้อผ้าที่ดูเรียบเก๋ มีดีไซน์ คลาสสิก มากกว่างานคราฟท์ก็เป็นไปได้เช่นกัน
นอกเหนือจากการเกาะติดแนวโน้มการออกแบบแฟชั่นแล้ว เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าหรือดีไซเนอร์ไทย อาจยังต้องคำนึงตลาดที่จะเข้าไปด้วย เพื่อให้สินค้าเสื้อผ้าที่ออกแบบและผลิตออกมาได้ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดแฟชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่แข่งขันสูงในขณะนี้







