
หนึ่งในไทย "บัวผัด" จากเศษสู่เฟอร์นิเจอร์หรู
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
“ไอเดียสร้างสรรค์” สามารถสร้างธุรกิจไทยให้เฉิดฉายในประเทศและตลาดโลกกับ “บัวผัด” ได้เศษผ้าเหลือใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมผ้าทั่วประเทศ สามารถนำมาสร้างเป็นเฟอร์นิเจอร์สุดหรู สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ของเหลือใช้ได้หลายเท่า กลายเป็นแบรนด์เดียวในไทยที่สร้างสินค้าให้มีดีไซน์สุดเลิศ และมีแนวคิดทำธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร
“ทศพล ปาติยเสวี” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด หจก.บัวผัดแฟคทอรี่ จาก จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เอกลักษณ์ของเฟอร์นิเจอร์ภายใต้แบรนด์ “บัวผัด” แห่งเดียวในไทยที่นำเศษผ้าและอื่นๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอมาสร้างเป็นเฟอร์นิเจอร์หลากหลายรูปแบบตั้งแต่ หมอน โซฟา ผ้าม่าน และสินค้าของใช้ตกแต่งบ้าน ทำให้กลายเป็นสินค้าสีเขียว (กรีน โปรดักส์) ที่มีจุดเด่นดีไซน์ล้ำหน้าคู่แข่ง
การมีดีไซน์เหนือกว่าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์รายอื่นคือ การนำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัวมาสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ ทำให้สินค้าแต่ละแบบมีเอกลักษณ์และมีความเป็นธรรมชาติสอดคล้องกัน โดยดีไซเนอร์เป็นคนไทยที่มีไอเดียสุดสร้างสรรค์ เช่น ก้อนน้ำ ต้นไม้ และท่อนซุง เป็นต้น
พร้อมกันนี้ยังมุ่งผลิตสินค้าที่ไม่ได้ผลิตเพื่อขายดีไซน์อย่างเดียว แต่รวมคำว่า สินค้าที่มีคุณภาพ คงทน สามารถใช้งานได้นาน และเป็นสินค้าที่ผลิตจากงานฝีมือ (แฮนด์เมด) ทั้งหมด จากแรงงานที่มีอยู่ในโรงงานรวม 40 คน และมีแรงงานรอบนอกที่อยู่ใกล้โรงงานช่วยผลิตสินค้ารวม 200 ครัวเรือน
กลุ่มลูกค้าหลักมุ่งเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าระดับกลางและบน (พรีเมียม) โดยราคาสินค้ามีตั้งแต่ราคา 60 บาท ที่เป็นพวงกุญแจไปจนถึงราคาเกินแสนบาทในสินค้ากลุ่มพรม ในปัจจุบันมีสินค้ารวม 40 แบบ ในแต่ละปีจะมีสินค้าออกใหม่ปีละ 2 คอลเลกชั่น
ขณะที่การแข่งขันในธุรกิจนั้น ส่วนใหญ่จะแข่งขันด้านการดีไซน์มากสุด และที่ผ่านมาจะเกิดปัญหาเมื่อออกสินค้าคอลเลกชั่นใหม่จะมีคู่แข่งออกสินค้าเลียนแบบทันที แต่บริษัทไม่มีความกังวลกลับให้ความสำคัญสร้างสรรค์สิ่งใหม่ รูปแบบใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างสินค้าให้มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น
อีกทั้งกำลังนำนาโนเทคโนโลยีที่เป็นการร่วมมือระหว่างศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาสินค้าออกสู่ตลาด ทำให้สินค้ามีเอกลักษณ์พิเศษ ทั้งในด้านคุณสมบัติกันน้ำ มีกลิ่นหอมที่ติดทนนาน ผ้ามีความนุ่มมากขึ้น คาดว่าจะนำเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นนาโนเทคโนโลยี เข้ามาทำตลาดในไตรมาสแรกของปีหน้า
ทั้งนี้ การผลิตสินค้าที่เป็นงานแฮนด์เมดอยู่ที่ 11.5 หมื่นชิ้น/ปี ในอนาคตคาดว่ากำลังการผลิตสินค้าจะสูงขึ้นอีก ซึ่งสัดส่วนการผลิตสินค้าจะเป็นตลาดในประเทศ 20% มีลูกค้าเป็นกลุ่มโรงแรม รีสอร์ท สปา และลูกค้ารายย่อยต่างๆ ส่งออก ในสัดส่วน 80% รวม 20 ประเทศทั่วโลก ทั้งกลุ่มประเทศในยุโรปและออสเตรเลีย พร้อมกันนี้จะขยายตลาดส่งออกใหม่ไปในตะวันออกกลางและรัสเซีย
การส่งออกและยอดขายในแต่ละปีเพิ่มขึ้น 2% โดยลูกค้าต่างชาติจะชื่นชอบงานดีไซน์ที่ล้ำหน้าประเทศอื่น และหลงเสน่ห์ของบัวผัดที่มีคอลเลกชั่นพิเศษคือ ล้านนา คอลเลกชั่น ที่ผสมความเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ ถือเป็นคอลเลกชั่นที่ลูกค้าตอบรับดีมาก ที่ผ่านมาลูกค้ายุโรปสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นทุกปี ธุรกิจจึงมีทิศทางเติบโตสดใส
เฟอร์นิเจอร์ไทยที่มีแบรนด์มีดีไซน์เฉพาะตัว ถือเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตต่อเนื่อง โดยจากการประเมินของกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดว่าส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยปีนี้จะเติบโต 5% จากมูลค่า 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ท้ายที่สุด “ทศพล” กล่าวว่า การมีสินค้าที่มีดีไซน์ผสมด้วยเอกลักษณ์ของล้านนายังเป็นที่ต้องการในประเทศและตลาดโลกอีกมาก







