posttoday
ส่องเศรษฐกิจโลก

ส่องเศรษฐกิจโลก

18 สิงหาคม 2557

สัปดาห์นี้ขอพูดคุยเรื่องเศรษฐกิจโลกกันบ้าง พักเรื่องสภาปฏิรูปให้ กกต.รับสมัครกันไปพลางก่อน หากจะพยากรณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ว่าจะดีขึ้น กระเป๋าจะตุงหรือจะแฟบ ต้องดูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ เพราะเศรษฐกิจไทยโดยภาคส่งออกอิงอยู่กับเศรษฐกิจโลกในสัดส่วนที่สูงมาก แม้ดูเหมือนว่าไทยจะค้าขายส่งออกไปทั่วโลก แต่อันที่จริงกระจุกอยู่เพียงลูกค้า 5 กลุ่ม ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 73 ของการส่งออกทั้งหมด ได้แก่ อาเซียน ซึ่งเป็นลูกค้าส่งออกรายใหญ่ของไทย สัดส่วนส่งออกถึงร้อยละ 25 สำหรับประเทศจีนและฮ่องกงรวมกันประมาณร้อยละ 17.8 ขณะที่สหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น มีสัดส่วนส่งออกใกล้เคียงกันประมาณร้อยละ 10 ประเทศเหล่านี้รวมกันน่าจะมีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 3 ใน 4 ของเศรษฐกิจโลก

สัปดาห์นี้ขอพูดคุยเรื่องเศรษฐกิจโลกกันบ้าง พักเรื่องสภาปฏิรูปให้ กกต.รับสมัครกันไปพลางก่อน หากจะพยากรณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ว่าจะดีขึ้น กระเป๋าจะตุงหรือจะแฟบ ต้องดูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ เพราะเศรษฐกิจไทยโดยภาคส่งออกอิงอยู่กับเศรษฐกิจโลกในสัดส่วนที่สูงมาก แม้ดูเหมือนว่าไทยจะค้าขายส่งออกไปทั่วโลก แต่อันที่จริงกระจุกอยู่เพียงลูกค้า 5 กลุ่ม ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 73 ของการส่งออกทั้งหมด ได้แก่ อาเซียน ซึ่งเป็นลูกค้าส่งออกรายใหญ่ของไทย สัดส่วนส่งออกถึงร้อยละ 25 สำหรับประเทศจีนและฮ่องกงรวมกันประมาณร้อยละ 17.8 ขณะที่สหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น มีสัดส่วนส่งออกใกล้เคียงกันประมาณร้อยละ 10 ประเทศเหล่านี้รวมกันน่าจะมีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 3 ใน 4 ของเศรษฐกิจโลก

เศรษฐกิจโลกในช่วงหลังของปีมีแนวโน้มฟื้นตัวที่ค่อนข้างเปราะบางและออกอาการไปในทางซึม หลายประเทศเศรษฐกิจกลับมีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะเงินฝืด โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มยุโรปหรืออียู ซึ่งเดิมดูเหมือนมีแนวโน้มจะฟื้นตัวเพราะในปลายปีที่แล้วเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณขยายตัวได้เล็กน้อย แต่พอถึงไตรมาสแรกของปีนี้กลับขยายตัวลดลงเหลือร้อยละ 0.2 และไตรมาส 2 ขยายตัวได้ร้อยละศูนย์ โดยประเทศดาวเด่นของอียูไล่เรียงมาตั้งแต่ ฝรั่งเศส สเปน เศรษฐกิจขยายตัวได้ศูนย์ ขณะที่ประเทศอิตาลี โปรตุเกส ไอร์แลนด์ เศรษฐกิจถึงขั้นติดลบ ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือประเทศเยอรมนี ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอียูได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรจากรัสเซีย ซึ่งเข้าสนับสนุนกลุ่มกบฏในประเทศยูเครน โดยดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ส.ค.ลดลงต่ำสุดในรอบ 20 เดือน แสดงให้เห็นถึงเศรษฐกิจยุโรปยังฟื้นตัวไม่เร็วนัก

สำหรับญี่ปุ่น แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเทกระเป๋า แต่กลับไม่ค่อยเห็นผลเพราะการบริโภคภายในประเทศหดตัวถึงร้อยละ 5 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการซ้ำเติมประชาชน ซึ่งประชาชนอยู่ในสภาพขาดกำลังซื้ออยู่แล้วเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจ ทำให้ในไตรมาส 2 เศรษฐกิจติดลบสูงถึงร้อยละ 6.8 เป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่เกิดเหตุสึนามิในเดือน มี.ค. 2554 ซึ่งเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเข้าสู่สภาวะเงินฝืดเต็มรูปแบบ สะท้อนจากการส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นในช่วงครึ่งปีถึงขั้นติดลบ

นอกจากนี้ เศรษฐกิจของจีนส่ออาการมาตั้งแต่กลางปีที่แล้วอันเป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจฟองสบู่ เศรษฐกิจขยายตัวลดลงกว่าที่คาดการณ์ ในไตรมาสแรกของปีนี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ ตึก และคอนโด ในเมืองหลักของจีนราคาลดลงถึงร้อยละ 27 ขณะที่หนี้ครัวเรือนก็สูงไม่แพ้กับไทย และปัญหาหนี้รัฐบาลท้องถิ่นในมณฑลหลักมีการกู้เงินเข้าไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ผลประกอบการกลับไม่ค่อยดีทำให้มีหนี้สินรวมกันกว่า 1.5 ล้านล้านบาท เศรษฐกิจของจีนจึงต้องมีการติดตามโดยเฉพาะประเด็นหนี้เสียในสถาบันการเงิน

กลับมาดูเศรษฐกิจของสหรัฐ ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจจะกลับฟื้นตัวในทางบวก สะท้อนจากดัชนีการบริโภคของคนสหรัฐเดือน มิ.ย.สูงสุดในรอบ 3 เดือน ดัชนีภาคบริการมีสัดส่วนอยู่ในระบบเศรษฐกิจร้อยละ 90 ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 4.8 สูงสุดในรอบ 8 ปี เป็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามเดือน ต.ค.หลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐยุติลง จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อเศรษฐกิจ อีกทั้งตัวเลขการนำเข้าของสหรัฐยังมีการลดลงต่อเนื่อง

จากที่กล่าวมาเห็นได้ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง การหวังพึ่งการส่งออกจึงต้องมีความระมัดระวัง ในความเห็นของผมการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีคงขยายตัวไม่ได้มากนัก การแก้ปัญหาต้องให้น้ำหนักด้านการส่งออกให้มาก เพราะเกี่ยวข้องทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตร และบริการ เกี่ยวข้องกับแรงงานมากกว่าครึ่งของแรงงานทั้งระบบ อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจไทยในส่วนที่เหลือของปีไปจนถึงกลางปีหน้าคงต้องอาศัยปัจจัยภายใน ลำพังแค่งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล 2.575 ล้านล้านบาท ขณะที่มีเม็ดเงินลงทุนจริงในโครงสร้างพื้นฐานประมาณ 1 แสนล้านบาท คงไม่เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ร้อยละ 3.5-4.5 อย่างที่คาดหวัง

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยคงไม่ได้ง่าย เพราะทั้งญี่ปุ่นและยุโรปที่มีนักเศรษฐศาสตร์เก่งๆ จำนวนมาก แถมอัดฉีดเงินไม่อั้นเศรษฐกิจยังส่ออาการฝืดไม่จบสิ้น...ดูกันให้ดีนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค