
กลุ่มสหวิริยาฯ คว้า 3 รางวัลองค์กรดีเด่นความปลอดภัย
ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติประวัติขององค์กร เมื่อ 3 บริษัทในเครือของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (เอสเอสไอ) คว้ารางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายใต้แนวคิดความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งในการดำเนินงาน
ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติประวัติขององค์กร เมื่อ 3 บริษัทในเครือของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (เอสเอสไอ) คว้ารางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายใต้แนวคิดความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งในการดำเนินงาน
ที่ผ่านมา บริษัทในกลุ่มเอสเอสไอได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยในการดำเนินงาน ทั้งภายในและภายนอกโรงงาน จึงได้เข้าร่วมรับคัดเลือกในประเภทรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศ ประจำปี 2557 โดย 3 บริษัทในกลุ่มเอสเอสไอ ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการโครงการ ได้แก่
1.บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย (TCRSS) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 8 ปี2.บริษัท ท่าเรือประจวบ (PPC) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 4 ปี และ 3.บริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 3 ปี
สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานที่ดีของบริษัทในกลุ่มเอสเอสไอ ด้วยความเชื่อมั่นในแนวคิดว่า ความปลอดภัยต้องมาอันดับหนึ่ง
รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จากการเปิดรับสมัครคัดเลือกให้เสนอชื่อเข้าร่วมเพื่อพิจารณารับรางวัลด้านความปลอดภัย 3 ประเภท
1.รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประกอบด้วย 3 ประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ระดับประเทศ รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ระดับจังหวัด ประกาศนียบัตรชมเชยระดับจังหวัด
2.รางวัลคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานดีเด่น
3.รางวัลเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพดีเด่น เพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานให้เป็นระบบและได้มาตรฐานสากล และเสริมสร้างความร่วมมือในการดําเนินงานด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานในสถานประกอบกิจการให้เป็นเอกภาพ รวมทั้งเป็นการประกาศเกียรติคุณยกย่องเจ้าของสถานประกอบกิจการ/นายจ้าง/ลูกจ้างนั้น
เพราะเมื่อพิจารณาจากข้อกําหนดและคุณสมบัติทั่วไปของผู้ประกอบการนั้นถือว่าเข้มงวดไม่น้อย กล่าวคือ รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัยในช่วงเวลา 2 ปี ของการพิจารณาผลงาน (1 ม.ค. 255531 ธ.ค. 2556) ต้องไม่เคยถูกดําเนินคดีด้านความปลอดภัยในการทํางานทุกกรณี หรืออยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อการดําเนินคดี และไม่มีลูกจ้างประสบอันตรายจากการทํางาน ที่มีผลให้ลูกจ้างถึงขั้นเสียชีวิตในปี 25552556
นอกจากนี้ ยังกำหนดอีกว่าบริษัทที่จะผ่านคุณสมบัตินั้นจะต้องมีอัตราการประสบอันตรายจากการทํางานถึงขั้นหยุดงานเกิน 3 วันขึ้นไป ในช่วงเวลา 2 ปี ของการพิจารณาผลงาน (1 ม.ค. 255531 ธ.ค. 2556) เฉลี่ยแล้วต้องไม่มากกว่า 2%
แต่ปรากฏว่า 3 บริษัทของกลุ่มสหวิริยาสตีลอินดัสตรี ผ่านเงื่อนไขทั้งหมด สะท้อนถึงองค์กรแห่งความปลอดภัยเป็นที่ 1
ทินกร ผดุงวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการผลิต เอสเอสไอ กล่าวว่า บริษัทมีความตั้งใจในการดำเนินงานและมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม โดยถือได้ว่า ระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ จึงได้มีการพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยจากการทำงาน
ที่ผ่านมา กลุ่มสหวิริยาฯ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายและข้อกำหนดอื่นๆ ด้านความปลอดภัย รวมถึงกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายในการดำเนินการ และการปฏิบัติ ติดตาม ประเมิน ทบทวนการดำเนินการให้มีการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากร พลังงานด้วยการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสิ้นเปลือง
นอกจากนี้ ยังดำเนินการกำจัด บำบัด ป้องกันและควบคุมปริมาณของเสียให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
และเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของบุคลากร บริษัทยังให้การสนับสนุนทรัพยากร ทั้งในเรื่องบุคลากร เวลา งบประมาณ การฝึกอบรมอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของพนังงานทุกคน และเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยให้กับพนักงาน
บริษัทมองว่า หากคนในองค์กรมีจิตสำนึกในด้านความปลอดภัยแล้ว จะทำให้ผลลัพธ์ในเรื่องของความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุ พฤติกรรม สภาพการณ์ต่างๆ ที่ไม่ปลอดภัยจะไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยที่เอสเอสไอได้จัดขึ้นมีมากมาย ทั้งการตรวจความปลอดภัยโดยหัวหน้างาน ล้วนแต่มีบทบาทการดูแลเรื่องความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแทบทุกคน
กลุ่มเอสเอสไอได้เริ่มวางรากฐานระบบการจัดการ ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อกำหนดนโยบายวัตถุประสงค์ แผนงานและเป้าหมายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย กำหนดมาตรการความปลอดภัย รวมทั้งได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อทำหน้าที่นำนโยบายไปสู่แนวปฏิบัติ จำนวน 5 ชุด
ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการส่งเสริมกิจกรรม 5 ส และคณะทำงานย่อย 2.คณะอนุกรรมการป้องกันอัคคีภัยและกู้ภัยฉุกเฉิน 3.คณะอนุกรรมการความปลอดภัยและผู้รับเหมา 4.คณะกรรมการความปลอดภัยประจำฝ่ายและ 5.ทีมสารวัตรความปลอดภัย สำหรับตรวจสอบความปลอดภัยในงานซ่อมบำรุง
นอกจากนี้ ยังกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ นำไปสู่การวางแผนดำเนินการและการปฏิบัติ เช่น การประเมินความเสี่ยงกฎหมาย และข้อกำหนดอื่นๆ สำหรับการเตรียมจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เป็นต้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยกับพนักงานเอสเอสไอจัดให้มีมาตรการ และกิจกรรมรณรงค์และส่งเสริมความปลอดภัย
กิจกรรมต่างๆ ที่กลุ่มเอสเอสไอดำเนินการมาจนเป็นระเบียบปฏิบัติของพนักงานทุกคน ไม่เพียงแต่ส่งผลให้พนักงานมีสวัสดิภาพที่ดีเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงงานของบริษัทให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวจนกลายเป็นองค์กรแห่งความปลอดภัย
กลยุทธ์ขององค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า และบูรณาการธุรกิจต่างๆ ของเอสเอสไอเพื่อให้บรรลุความเป็นเลิศทางด้านปฏิบัติการ การสร้างผลประโยชน์ร่วม การเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องเป็นเพียงแค่หลักการ หากไร้ซึ่งแนวทางการดูแลสวัสดิการและความปลอดภัยของพนักงานที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนองค์กร







