
วี-กัลลิเวอร์ฝันไกล3ปีแชมป์รถมือสอง
วีกัลลิเวอร์ ตั้งเป้า 3 ปี ผุด 300 สาขา ขึ้นแท่นเบอร์ 1 รถมือสอง ชี้ตลาดยังขยายตัวได้อีกมาก
วีกัลลิเวอร์ ตั้งเป้า 3 ปี ผุด 300 สาขา ขึ้นแท่นเบอร์ 1 รถมือสอง ชี้ตลาดยังขยายตัวได้อีกมาก
นายคัทซึชิ โนมูระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีกัลลิเวอร์ บริษัทแฟรนไชส์รถมือสอง เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาไว้ 10 สาขา ในปีหน้าจะเพิ่มเป็น 100 สาขา และอีก 3 ปี คือ ปี 2559 จะขยายเป็น 300 สาขา และมีเป้าหมายจะเป็นผู้นำตลาดรถมือสองทั้งในแง่จำนวนสาขาและยอดขาย 50 คัน/สาขา/เดือน
ทั้งนี้ หลังจากเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้ 5 เดือน บริษัทเปิดสาขาไปแล้ว 2 สาขา ได้แก่ ถนนศรีนครินทร์ และนครสวรรค์ และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 34 แห่งในเร็วๆ นี้ ที่ถนนนวมินทร์ เชียงใหม่ สมุทรปราการ และอีก 2 สาขาอยู่ระหว่างดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่เข้ามาสมัครแฟรนไชส์รถมือสองกับบริษัทอีก 30 รายที่อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยรวมถึงนักลงทุนจากญี่ปุ่นที่ให้ความสนใจเข้ามาร่วมเปิดแฟรนไชส์กัลลิเวอร์ในไทยเช่นกัน ทำให้บริษัทมั่นใจว่าถึงสิ้นปีจะเปิดสาขาได้ 10 สาขา และในปีหน้าอีก 100 สาขาตามเป้าหมายอย่างแน่นอน
“การทำตลาดในญี่ปุ่น แบรนด์ของกัลลิเวอร์เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี และพฤติกรรมการเปลี่ยนรถของคนญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนในเมืองไทยแบรนด์กัลลิเวอร์เพิ่งเข้ามาได้ 5 เดือน มียอดขาย 15-20 คัน/สาขา จากเป้าหมาย 3050 คัน หรือสามารถทำได้ประมาณ 80% จากที่ตั้งใจไว้ในช่วงเริ่มต้นเข้ามาทำตลาดในไทย ในขณะนี้จึงต้องเร่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ทั้งการทำตลาดในพื้นที่ ในออนไลน์ การทำประชาสัมพันธ์” นายโนมูระ กล่าว
สำหรับตลาดรถมือสองในไทย เชื่อว่ายังมีศักยภาพในการขยายตัวอีกมาก เพราะคนมีรถมีสัดส่วนแค่ 13.8% เท่านั้น ขณะที่สถานการณ์การเมืองที่เริ่มคลี่คลายหลังจากรัฐประหารทำให้ผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นในการซื้อสินค้าขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงอย่างรถยนต์มากขึ้น ตลาดรถจึงมีทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของราคารถมือสองยังมีความเป็นไปได้ที่จะตกลงมา ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรกที่ผู้ซื้อบางส่วนอาจจะผ่อนชำระไม่ไหว จึงปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดมาประมูลในตลาดรถมือสอง เมื่อมีซัพพลายรถมือสองที่เพิ่มขึ้นราคาย่อมตกลงเป็นธรรมดา







