
ต่างชาติจี้เลิกกฎอัยการศึก
สภาธุรกิจตลาดทุน พาต่างชาติพบ "ประยุทธ์" ความเชื่อมั่นฟื้นเรียกร้องยกเลิกกฎอัยการศึก อุปสรรคเดินทางมาเมืองไทยไม่ได้
สภาธุรกิจตลาดทุน พาต่างชาติพบ "ประยุทธ์" ความเชื่อมั่นฟื้นเรียกร้องยกเลิกกฎอัยการศึก อุปสรรคเดินทางมาเมืองไทยไม่ได้
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ส.ค. ได้พานักลงทุนสถาบันที่เป็นกองทุนต่างประเทศจาก 25 กองทุนที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารทั่วโลกรวมกัน 16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และลงทุนในไทยรวมกัน 5 แสนล้านบาท เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และตัวแทนหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ
"นักลงทุนต่างประเทศฟังแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศแล้วมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเพราะมีเวลาในทำงานชัดเจนในอีก 1 ปีข้างหน้า และยังชี้แจงเหตุผลของการรัฐประหารว่า ไม่ได้ต้องการยึดอำนาจ แต่ทำไปเพื่อต้องการปฏิรูปประเทศเพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้" นายไพบูลย์ กล่าว
ทั้งนี้ คสช.มีความตั้งใจว่า ภายในสิ้น ส.ค.จะมีการจัดตั้งรัฐบาล และในเดือน ก.ย.จะมีรัฐบาลมาบริหารประเทศเพื่อเร่งปฏิรูปในด้านต่างๆแก้ไขกฎหมาย400 ฉบับ และวางรากฐานให้กับประเทศพร้อมกับคาดว่า ในอีก 1 ปีข้างหน้า หรือประมาณ ต.ค. 2558 จะมีการเลือกตั้งใหม่เพื่อนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตย
ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทยกล่าวอีกว่า นักลงทุนต่างชาติยังมีข้อกังวลว่า รัฐบาลใหม่จะสามารถเข้ามาปฏิรูปด้านต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีก่อนการเลือกตั้งได้หรือไม่
"ในข้อกังวลนี้ หัวหน้า คสช. ชี้แจงว่ารัฐบาลชุดใหม่คงไม่สามารถทำทั้งหมดนี้ได้ภายในเวลา 1 ปี แต่จะทำตามลำดับความสำคัญ และในประเด็นที่เป็นเรื่องระยะยาวจะวางรากฐานไว้ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้าสานต่อ อีกทั้งกฎหมายหลายฉบับเป็นกฎหมายที่ค้างคามาจากหลายรัฐบาลก่อน ช่วงนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำให้สำเร็จ" นายไพบูลย์ กล่าว
พร้อมกันนี้ นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่าหัวหน้า คสช.ยังย้ำกับนักลงทุนต่างประเทศว่า คสช.ให้ความสำคัญกับการลงทุนจากต่างประเทศ และพยายามลดอุปสรรคต่างๆ ของการลงทุน ซึ่งนักลงทุนต่างชาติเสนอว่า ต้องการให้ยกเลิกกฎอัยการศึก เนื่องจากกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวและทำให้นักลงทุนบางกลุ่มไม่สามารถเดินทางเข้าไทยได้
นายไพบูลย์ กล่าวว่า แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะมีความเชื่อมั่นต่อประเทศมากขึ้น แต่จะกลับเข้ามาลงทุนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถทำได้ตามแผนที่ประกาศไว้หรือไม่
พล.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคสช. ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า การยกกฎอัยการศึกขึ้นอยู่กับว่าจะมีอุปสรรคในการเดินตามแผนยุทธศาสตร์หรือไม่ ถ้ายังมีความเสี่ยงที่จะทำให้ไม่สามารถเดินตามแผนได้จะยังคงเอาไว้ แต่หากไม่มีอุปสรรคใดก็เชื่อว่าจะมีการพิจารณายกเลิกเร็วๆ นี้ และคสช. มีแผนจะเดินสายพบนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเรียกความเชื่อมั่น
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในเดือน ก.ค. นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย427 ล้านเหรียญสหรัฐ และกองทุนต่างประเทศหลายกองทุนมีการลงทุนในประเทศไทยมาไม่น้อยกว่า 10 ปี







