
ถึงเวลาทบทวน
นโยบายหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ในการพาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางย่อมหรือเอสเอ็มอี ออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจระหว่างประเทศมีโอกาสพบปะตกลงซื้อขายสินค้าร่วมกันโดยตรง ในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) นั้น ที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจไทยส่งเสียงสะท้อนออกมากันว่าเป็นแนวทางส่งเสริมการขยายตลาดที่ไม่ตรงจุดแล้ว
นโยบายหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ในการพาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางย่อมหรือเอสเอ็มอี ออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจระหว่างประเทศมีโอกาสพบปะตกลงซื้อขายสินค้าร่วมกันโดยตรง ในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) นั้น ที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจไทยส่งเสียงสะท้อนออกมากันว่าเป็นแนวทางส่งเสริมการขยายตลาดที่ไม่ตรงจุดแล้ว
โดยเฉพาะแนวทางการขยายตลาดแบบบีทูบีในประเทศเพื่อนบ้านหรืออาเซียนบวกอินเดียบวกจีน ที่ลูกค้ามีการตัดสินค้าซื้อสินค้าในรูปแบบขายปลีกมากกว่ารูปแบบบีทูบี ซึ่งเจ้าของสินค้าไทยที่ร่วมออกงานแฟร์กับหน่วยงานรัฐ บอกว่าไม่คุ้ม เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่มีนักธุรกิจเข้ามาเดินดูในวันเทรดหรือแสดงสินค้าแล้ว ด้วยไม่ตรงกับความต้องการของผู้สั่งซื้อ หรือถ้ามีนักธุรกิจเข้ามาเดินก็มีน้อย เกินกว่าที่จะเฉลี่ยให้กับผู้ประกอบการในวันเจรจาธุรกิจ
จากรูปแบบงานส่วนใหญ่หรือบูธที่ตั้งแสดงนั้นจะเป็นการแสดงสินค้าตัวอย่างของผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่คุ้มแก่การลงทุนของรัฐกับผลตอบรับที่ได้ หากวัดจากออร์เดอร์ของเจ้าของสินค้าที่ไปออกงานแฟร์ด้วย
ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการรายหนึ่งที่ไปร่วมงานที่เมืองโฮจิมินห์ ซิตี เวียดนาม กับหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ให้ข้อมูลถึงบรรยากาศการจัดงานที่ดีในระดับหนึ่ง และได้พบกับลูกค้าหลายราย ซึ่งจากการพูดคุยแลกเปลี่ยน และได้คำตอบจากลูกค้าที่มางานแฟร์ด้วยอยากมาดูว่ารูปแบบสินค้าขายปลีกมากกว่า เพราะอยากเห็นความต้องการของรสนิยมของคนในประเทศของเขา ว่าต้องการอะไร แบบไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของสินค้าจากไทยต้องการมาตลอด
ถือเป็นเพียงเสียงสะท้อนบางส่วนจากเจ้าของธุรกิจที่ไปสัมผัสกับบรรยากาศการออกงานแฟร์โดยตรง และมีคำถามกลับมาถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องว่าถึงเวลาเปลี่ยนเส้นทางนโยบายลักษณะนี้แล้วหรือยัง เพราะสิ่งที่ทำลงไปอาจไม่คุ้มกับงบประมาณรัฐที่ลงทุนไปแม้แต่น้อย







