
ทันสถานการณ์
กรมการค้าภายในสอบป้ายแสดงราคา
กรมการค้าภายในสอบป้ายแสดงราคา
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการที่จะต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาตามแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังมีปัญหาการจำหน่ายสินค้าอาหารราคาแพง แต่จะให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ
สำหรับกรณีที่ผู้ประกอบการร้านอาหารริมชายหาดหัวหินถูกร้องเรียนว่าจำหน่ายสินค้าแพงนั้น ได้กำชับให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการจำหน่ายอาหารบริเวณดังกล่าวแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค โดยจะต้องพิจารณาจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่าย และค่าเช่าพื้นที่ มองว่าบวกกำไรจากค่าอาหารไม่ควรเกิน 30% และออกมาเป็นราคาแนะนำได้
มีต้นทุนเท่าไหร่ และมีการคิดราคาอาหารที่จำหน่ายสมเหตุสมผลกับต้นทุนหรือไม่ ซึ่งในแง่ระเบียบปฏิบัติเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการส่วนจังหวัด มีอำนาจออกมาตรการในการดูแลได้เลย เช่น การกำหนดราคาแนะนำให้สินค้าที่มีปัญหาเป็นสินค้าควบคุมในพื้นที่นั้นๆได้ โดยอาจบวกกำไรไม่เกิน 30% ของต้นทุน “ปัญหาร้องเรียนในพื้นที่ชายหาดหัวหิน มองว่าการบวกกำไรจากค่าอาหารไม่ควรเกิน 30% และสามารถออกมาเป็นราคาแนะนำได้ หากผู้ค้ารายใดขายเกินราคาแนะนำสามารถเอาผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มาตรา 29 มีโทษจำคุก 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งเข้าข่ายกรณีฉ้อโกง มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ร้องเรียนมาได้ที่ 1569
สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าในปัจจุบัน หลังจากที่มีการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้า 6 เดือน ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขณะนี้ยังไม่มีสินค้ารายการใดขอปรับราคาเข้ามา โดยมั่นใจว่าแม้สิ้นมาตรการขอความร่วมมือไปแล้ว ก็จะไม่มีสินค้ารายการใดขอปรับขึ้นราคา เพราะกรมประเมินแล้วว่ายังไม่พบปัจจัยที่กดดันต้นทุนผลิตสินค้าปรับเพิ่มขึ้น
ขณะที่ การประชุมของคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งตามหลักการปฎิบัติต้องประชุมเพื่อทบทวนรายการสินค้าควบคุมและมาตรการที่ใช้ดูแลราคาสินค้าในทุกรอบปีนั้น การประชุมครั้งล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้น มีมติให้คงมาตรการเหมือนเดิมและมอบให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นดูกำหนดมาตรการต่างๆแทน โดยล่าสุดกำลังอยู่ระหว่างการประชุมว่าจะต้องมีการประชุมกกร.อีกหรือไม่
คาดสัปดาห์หน้าราคาลำไยดีขึ้น
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาลำไยคาดว่าจะดีขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.เป็นไป เนื่องจากพ้นวันที่ผลผลิตลำไยออกสูงสุดมาแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้ผู้ว่าราชการใน 8 จังหวัดภาคเหนือ จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และมณฑลทหารบกที่ 3 กระจายผลผลิตลำไยไปยังโรงงานแปรรูปลำไยอบแห้งทั่วพื้นที่ คาดว่าสถานการณ์ลำไยจะดีขึ้น
ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัญหาโรงงานอบลำไยมีปัญหามาก เนื่องจากปัจจุบันถูกเปลี่ยนมือจากคนไปไทยไปยังนักธุรกิจชาวจีนเพิ่มขึ้น ทั้งโดยชาวจีนที่มีภรรยาเป็นคนไทยและนอมินี ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ให้กระทรวงพาณิชย์ไปวางแผนที่จะรับมือกับสถานการณ์ลำไยเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซาก โดยให้สำรวจปริมาณความต้องการส่งออก ความต้องการบริโภค และปริมาณความต้องการลำไยอบแห้ง เพื่อให้กระทรวงเกษตรฯ วางแผนการผลิตและส่งเสริมลำไยออกนอกฤดู







