posttoday
เชียงใหม่เมืองที่ไม่เคยพอ (ตอน 2)

เชียงใหม่เมืองที่ไม่เคยพอ (ตอน 2)

14 สิงหาคม 2557

รศ.ดร.ณวิทย์ อ่องแสวงชัย ได้พิจารณาความน่าอยู่ของเมืองเชียงใหม่ ไว้ว่าต้นไม้ใหญ่ลดลงอย่างน่าใจหาย ไม่ค่อยมีพื้นที่สีเขียวให้พักผ่อน สวนสาธารณะไม่ปลอดภัยนัก ป้ายโฆษณาบดบังทัศนียภาพ สภาพหมอกควันจากการเผาป่ายามหน้าแล้งปกคลุมทั่วเมือง ไม่มีทางเลือกในการเดินทางนอกจากรถแดง จึงซื้อรถใช้เองจนรถล้นถนน ไม่เคารพกฎจราจร รถติดมากกว่าที่เคยเป็นมา การเดินทางโดยรถสาธารณะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง คิดเงินนักท่องเที่ยวแพง

รศ.ดร.ณวิทย์ อ่องแสวงชัย ได้พิจารณาความน่าอยู่ของเมืองเชียงใหม่ ไว้ว่าต้นไม้ใหญ่ลดลงอย่างน่าใจหาย ไม่ค่อยมีพื้นที่สีเขียวให้พักผ่อน สวนสาธารณะไม่ปลอดภัยนัก ป้ายโฆษณาบดบังทัศนียภาพ สภาพหมอกควันจากการเผาป่ายามหน้าแล้งปกคลุมทั่วเมือง ไม่มีทางเลือกในการเดินทางนอกจากรถแดง จึงซื้อรถใช้เองจนรถล้นถนน ไม่เคารพกฎจราจร รถติดมากกว่าที่เคยเป็นมา การเดินทางโดยรถสาธารณะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง คิดเงินนักท่องเที่ยวแพง

รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ขับสวนเลน การจราจรไม่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะถนนเส้นหลัก ผู้โดยสารนึกอยากโบกก็ตามใจตนเองไม่สนใจว่าเป็นจุดจอดรถหรือไม่ ไม่มีเส้นแบ่งทางจักรยานชัดเจน เลนจักรยานที่เคยมีกลับกลายเป็นพื้นที่ใช้ขายก๋วยเตี๋ยว หลายแยกไม่มีสัญญาณไฟจราจร มีมลภาวะทางเสียงมากขึ้นจากรถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น ขบวนคาราวานชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาเที่ยวกันมาก ระบบระบายน้ำไม่ดี น้ำท่วมง่าย คอนโดมิเนียมขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น สิ่งก่อสร้างไม่เข้ากับรูปแบบบ้านเรือนที่เคยมีมา พื้นที่เกษตรหายไปมากจนขาดเสน่ห์ ส่วนใหญ่เป็นการเกษตรแบบใช้สารเคมีเพื่อการค้า ไม่มีการคัดแยกขยะ

ผู้คนทิ้งน้ำในแม่น้ำลำคลองทำให้น้ำในลำคลองสกปรกเน่าเสีย ผู้คนอาศัยในเมืองแออัดยัดเยียด ต่อเติมบ้านอาคารล้ำพื้นที่สาธารณะปล่อยต้นไม้ยื่นเกะกะเพื่อนบ้าน ปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำน้ำปิง มีการจัดเทศกาลเน้นย้ำแต่ความบันเทิง ไม่เน้นเนื้อหาสาระที่เป็นวัฒนธรรม จนสังคมอ่อนแอ ปล่อยโคมลอยไปเรื่อยไม่สนใจผลกระทบที่เกิดขึ้น มีร้านเหล้ามากมาย ไม่มีการจัดโซนนิ่งและปล่อยเสียงดังรบกวนชาวบ้านนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มีความเกรงใจ แต่งกายไม่เคารพสถานที่ มีการให้บริการแบ่งแยกชนชั้นระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่งกายและพูดจาล้อเลียนชาวไทยภูเขาและคนพื้นเมือง ซึ่งเกิดขึ้นแล้วในเชียงใหม่

กระแส AEC และภาพยนตร์ Lost in Thailand ทำให้ชาวต่างประเทศและชาวจีนพาเหรดเข้ามาในเชียงใหม่มากขึ้น มีการเช่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์เพื่อใช้ท่องเที่ยวในตัวเมืองเพิ่มขึ้น โดยไม่รู้ระเบียบวินัยและกฎจราจร ไร้มารยาท ขับรถแบบไร้จินตนาการ อยู่เลนซ้ายแต่เลี้ยวขวา อยู่เลนขวาแต่เลี้ยวซ้าย นึกอยากจะหยุดก็หยุด อยากจอดก็จอด ไร้ความเกรงอกเกรงใจผู้อื่น ไม่ทราบว่ามีใบขับขี่หรือไม่ ตำรวจเชียงใหม่จะดำเนินการอย่างไร เพื่อจัดระเบียบคนเหล่านี้

ชาวประเทศบางคนก็ใช้นิสัยเดิมๆ ในบ้านของเขามาสร้างความวุ่นวายในบ้านเรา เวลาเกิดเหตุเฉี่ยวชน ภาษาที่ใช้ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง ตำรวจก็ดูแลไม่ไหว ผู้ประกอบการที่เปิดให้บริการให้เช่ารถควรคำนึงถึงระเบียบต่างๆ ด้วย ไม่ควรเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาเช่าบริการต่างๆ แล้วทำให้เกิดความไร้ระเบียบการจราจร ผู้ประกอบการรับแต่เงินค่าเช่ารถ แต่ไม่รับผิดชอบกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเลย

นี่คือปัญหาที่ชาวเชียงใหม่กำลังพบเจอ ส่วนชาวต่างประเทศฝั่งตะวันตก ก็ปล่อยตัวตามสบายจนเกินไป บ้างนุ่งสั้น โป๊เปลือย เดินเข้าไปยังสถานที่สำคัญทางศาสนา โบราณสถาน บ้างมีพฤติกรรมชู้สาวในที่สาธารณะอย่างไร้ยางอาย ในฐานะที่เราเป็นคนเมือง คนเชียงใหม่ ควรช่วยกันปกป้องรักษาจารีตประเพณีด้วยการอธิบายให้พวกเขาทราบว่า สิ่งที่เขาทำอยู่นั้นเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เมืองไทยเป็นเมืองพุทธศาสนาที่ควรให้ความเคารพ การที่เราเพิกเฉยปล่อยปละละเลยคือ การทำให้เขาเข้าใจว่าสามารถทำเช่นนั้นได้ ดังนั้นเราควรแนะนำด้วยความนุ่มนวลและพยายามชี้แจงให้เข้าใจ

การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตามกระแสความต้องการของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แม้จะทำให้เชียงใหม่มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว แต่ความเจริญนั้นอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียหลายประการ หากไม่ช่วยกันดูแลและรู้จักพอประมาณ กอบโกยฉวยโอกาสโดยไม่หันกลับมาปกป้องวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของ จ.เชียงใหม่ สักวันหนึ่งคนเชียงใหม่จะไม่เหลือประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าไว้ให้คนรุ่นหลังอีกเลย Never Ending Chiangmai

จากหนังสือ “การตลาดไม่รู้จักพอ” (Ending Marketing) โดย กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน