
"บัณฑูร"ยอมรับงานซูเปอร์บอร์ดคนคาดหวังสูง
บัณฑูร ชี้ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจงานหนัก คนคาดหวังสูงอยากเห็นรูปธรรม ตั้งโจทย์แก้ 2 ด้าน คือ บริการ และป้องกันรั่วไหล
บัณฑูร ชี้ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจงานหนัก คนคาดหวังสูงอยากเห็นรูปธรรม ตั้งโจทย์แก้ 2 ด้าน คือ บริการ และป้องกันรั่วไหล
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด เปิดเผยว่า แนวทางหลักในการกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมี 2 ด้าน คือ ให้บริการที่ดีแก่ประชาชน และหยุดการรั่วไหลของรายได้ของรัฐวิสาหกิจ
"นโยบายสำคัญคือป้องกันไม่ให้เงินของรัฐวิสาหกิจที่หมุนเวียนมหาศาลในแต่ละปี ต่อท่อออกไปที่อื่นอย่างไม่ถูกต้อง และการให้บริการประชาชนที่ดี ไม่ใช่นั่งรถไฟไปก็ลุ้นไป โอกาสที่จะตกราง 50:50 อย่างนี้ก็มากไป" นายบัณฑูร กล่าว
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไร ระหว่างสร้างผลประกอบการที่ดี กับประโยชน์ที่ประชาชนควรจะได้ จึงต้องมาพิจารณาสาเหตุของการขาดทุนในแต่ละปีว่า เพราะกำหนดราคาต่ำเกินไป หรือมีการรั่วไหล
ส่วนธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ควรมีวัตถุประสงค์ธุรกิจชัดเจน ไม่ใช่ทำธุรกิจทั่วไปเหมือนตลาด ซึ่งต้องไปที่จุดเริ่มต้นว่าธนาคารรัฐแต่ละแห่งตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร จากนั้นเป็นหน้าที่ซูเปอร์บอร์ดที่กำหนดกติกา โดยบางทีก็ปรับไปตามครรลองโลก เช่น ธนาคารออมสิน ตั้งขึ้นมาเพื่อการออม แต่จากนั้นบทบาทค่อยๆ เปลี่ยนไปจนลืมภารกิจหลัก
ทั้งนี้ การฟื้นฟูธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ต้องนำข้อมูลมาพิจารณาก่อนว่ามีปัญหาจากส่วนใด แต่หลักการตั้งธนาคารขึ้นมามีวัตถุประสงค์ทำหน้าที่หรือทำในสิ่งที่ธนาคารพาณิชย์ทำไม่ได้หรือไม่อยู่ในวิสัยที่จะทำ เพราะเข้าไม่ถึงบ้าง และไม่อยากแบกรับความเสี่ยง
"อย่างธ.ก.ส. ธนาคารพาณิชย์จะเข้าถึงเกษตรกรรากหญ้าลำบาก แต่ธ.ก.ส.เขาไปถึงตำบล และมีบทบาทกับชุมชน ขณะที่การปล่อยกู้เกษตรกรรายย่อยก็มีความเสี่ยงที่ธนาคารพาณิชย์ไม่อยากเสี่ยง ธ.ก.ส.จึงต้องเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็ต้องดูให้คุ้มค่ากับความเสี่ยงนั้นด้วย" นายบัณฑูร กล่าว
นายบัณฑูร กล่าวว่า การเข้ามารับหน้าที่ซูเปอร์บอร์ดมีความกดดัน เพราะสังคมคาดหวังไว้สูงว่า ควรจะต้องมีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งส่วนตัวในเมื่อถูกเชิญเข้าไปทำหน้าที่แล้ว ก็ทำเต็มที่ ช่วยมองโจทย์ของรัฐวิสาหกิจ และวางกรอบ
"ซูเปอร์บอร์ด กำหนดประชุมเดือนละครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็จะต้องมีอะไรออกมาให้เห็นชัดเจนบ้าง เพราะสังคมเขามองอยู่ ส่วนถามว่าคณะกรรมการจะมีอายุเท่าไหร่ อย่าพูดคำว่า อายุ เลย มันดูนาน ให้มองเป็น เทอม แล้วกัน" นายบัณฑูร กล่าว







