posttoday
ประสบการณ์และความรู้ จากฟาร์มโทมิตะ ญี่ปุ่น

ประสบการณ์และความรู้ จากฟาร์มโทมิตะ ญี่ปุ่น

11 สิงหาคม 2557

ดิฉันเพิ่งกลับมาจากการไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฟาร์มโทมิตะมาค่ะ เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงรู้จักหรือเคยไป

ดิฉันเพิ่งกลับมาจากการไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฟาร์มโทมิตะมาค่ะ เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงรู้จักหรือเคยไปเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังบนเกาะฮอกไกโดแห่งนี้มาแล้ว เพราะในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่นนั้น ฟาร์มโทมิตะถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวทุกคนที่ไปแดนอาทิตย์อุทัย และจากการไปเที่ยวที่นี่ทำให้เราได้เห็นภาพที่กว้างขึ้นของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบหนึ่งค่ะ

ประวัติคร่าวๆ ของฟาร์มลาเวนเดอร์แห่งนี้ย้อนไปได้ไกลถึง 111 ปีเลยค่ะ โดยชื่อฟาร์มโทมิตะนั้นก็มาจากนามสกุลของผู้ที่เป็นเจ้าของฟาร์มแห่งนี้ คือ ตระกูลโทมิตะค่ะ โดยฟาร์มนี้ริเริ่มและบุกเบิกโดยโทคุมะ โทมิตะ ในปี 1903 ขณะที่การปลูกลาเวนเดอร์นั้นเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1958 ค่ะ ต่อมาในปี 1976 หลังจากพื้นที่เพาะปลูกลาเวนเดอร์ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกว้างขวางใหญ่โตแถมมีความสวยงามสะดุดตาผู้คน

ฟาร์มโทมิตะจึงได้รับการบรรจุลงในปฏิทินท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และนับจากนั้นเป็นต้นมาก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวแวะมาเยือนทุ่งลาเวนเดอร์แห่งนี้ไม่ขาดสาย และนอกจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อแล้ว ฟาร์มโทมิตะแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงด้านการผลิตน้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์จนได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดน้ำหอมในงานประกวดน้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ที่ประเทศฝรั่งเศสในปี 1990 ด้วยค่ะ

หากเราประมวลข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาฟาร์มแห่งนี้ จนถึงภาพในปัจจุบันที่มีผู้คนทั้งในไทยและทั่วโลกไปแวะเวียนทุ่งลาเวนเดอร์เลื่องชื่อนี้เป็นประจำแล้ว เราจะเห็นถึงวิธีการพัฒนาที่ดินเชิงบูรณาการที่น่าสนใจของฟาร์มแห่งนี้ ฟาร์มแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาที่ก่อให้เกิดทำเลที่มีความโดดเด่นน่าสนใจและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

ลาเวนเดอร์ที่ปลูกไปบนพื้นที่ที่กว้างขวางใหญ่โตถือเป็นการลงทุนสร้าง “แบรนด์” ที่คุ้มค่าและนำไปต่อยอดในธุรกิจต่างๆ มากมาย ซึ่งหากมองในตัวของเจ้าของฟาร์มอย่างเดียวเราก็จะเห็นเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากลาเวนเดอร์เท่านั้นค่ะ

ประสบการณ์และความรู้ จากฟาร์มโทมิตะ ญี่ปุ่น

 

แต่สิ่งที่เจ้าของฟาร์มสร้างขึ้นนั้นยังเป็น “แบรนด์” ของ “ท้องถิ่น” และขยายเป็นแบรนด์ของ “ประเทศญี่ปุ่น” ไปด้วย ตรงนี้คือมูลค่าที่ประเมินไม่ได้และมีค่ามากในแง่ของการมีโลเกชั่นที่สะดุดตาและประทับใจผู้คน โดยหากเรามองถึงมูลค่าต่อเนื่องที่ฟาร์มแห่งนี้สร้างนั้นมันส่งผลไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่ฮอกไกโดเองรวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย แน่นอนว่าพอมีคนมาท่องเที่ยวก็ย่อมมีความต้องการห้องพัก การขนส่ง อาหาร ของฝาก และการจับจ่ายซื้อของต่างๆ ตามเส้นทางท่องเที่ยวด้วยค่ะ

กุญแจสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ฟาร์มโทมิตะประสบความสำเร็จก็คือ การส่งเสริมจากภาครัฐไม่ว่าจะในส่วนของหน่วยงานท้องถิ่นและรัฐบาลกลางที่ช่วยกันโปรโมทฟาร์มแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จักค่ะ ซึ่งนั่นทำให้ฟาร์มโทมิตะสามารถใช้มูลค่าเพิ่มที่สร้างมาได้เต็มศักยภาพ การพัฒนาฟาร์มโทมิตะจึงถือเป็นกรณีศึกษาด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชนที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเองและยังเกิดการกระจายตัวของมูลค่าเพิ่มและประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปยังภาคส่วนอื่นๆ ทั้งในท้องถิ่นเองไปจนถึงระดับประเทศด้วยค่ะ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน