
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนั้นการสื่อสารเรื่องราวของบริษัทต่อกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชนเป็นสิ่งสำคัญและเป็นสิ่งที่ธนาคารให้ความตระหนักมาก
ล่าสุด BAY ได้รับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรกจากนิตยสารต่างประเทศ 2 รางวัล คือ นิตยสารคอร์ปอเรต กอฟเวิร์นแนนซ์ เอเชีย ของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ที่ได้จากการโหวตผลคะแนนและความคิดเห็นจากผู้อ่านนิตยสาร นักลงทุน นักวิเคราะห์ และจากนิตยสารไออาร์ ของสหราชอาณาจักร
BAY ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 50 องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านงานนักลงทุนสัมพันธ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นนิตยสารรายเดือนเพียงฉบับเดียวที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและนักลงทุน ซึ่งการจัดอันดับดังกล่าวผ่านการสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนและผู้จัดการกองทุนทั่วโลก
“พูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย” ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ BAY เปิดเผยถึงความสำเร็จของ BAY ที่ได้รับ 2 รางวัลนี้ว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จได้มาจากหลายส่วนประกอบที่สำคัญ
ตั้งแต่การวางแนวทางให้ทีมงานต้องมีทักษะการสื่อสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟัง พูด อ่าน เขียนที่ดีไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน นักวิเคราะห์ หรือผู้จัดการกองทุนที่บริษัทต้องออกไปนำเสนอข้อมูล
ที่สำคัญต้องพยายามแยกให้ชัดเจนว่าแต่ละกลุ่มเป้าหมายมีความต้องการในข้อมูลที่ต่างกัน แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน
เขามองว่าการสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง ที่ปัจจุบันแม้ทีมงานมีเพียง 6 คน แต่ก็สามารถตอบรับและส่งสารไปยังทุกส่วนได้เป็นอย่างดี ซึ่งพยายามวางแนวทางให้ทีมงานต้องพยายามอ่านข่าว ดูข่าว วิเคราะห์ข่าวให้สนุกเพื่อจะได้มุมมองใหม่ รองรับกับแนวคำถามหรือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้
ที่สำคัญคือ ต้องพยายามคิดแทนว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องการข้อมูลอะไรจากเรา ขณะที่ทุกคนในทีมต้องสามารถให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน บนมาตรฐานเดียวกัน ทั้งการจัดการด้านข้อมูล ความรวดเร็วในการสื่อสารที่ต้องสามารถชี้แจงได้ทันที และผู้รับสารทุกฝ่ายต้องสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้จริง
ในสถานการณ์ที่เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติก็ต้องมีการให้ทุกส่วนได้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง
อย่างกรณีเมื่อปี 2554 เกิดวิกฤตมหันตภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ ทางฝ่ายต้องมีการชี้แจงพร้อมอธิบายข้อมูล การบริหารงานด้วยแผนฉุกเฉินที่ต้องทำให้บริษัทสามารถดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่สะดุด (บีซีพี) ว่าถ้าเกิดขึ้นจริงบริษัทมีแผนสำรองอย่างไรบ้าง
มีการแก้ไขปัญหาอย่างไรในยามเกิดวิกฤต เพราะสิ่งที่สื่อสารไปนอกจากในนามของบริษัทแล้ว ยังหมายถึงเป็นหน้าตาอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ และหน้าตาของประเทศด้วย เพราะหากเกิดปัญหาใดขึ้นทั้งจากปัจจัยภายในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือมีแผนรองรับปัญหาในระยะยาวได้ ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและต่อภาพลักษณ์ของประเทศไปด้วย
นอกจากนี้ ต้องคำนึงการเป็นนักลงทุนสัมพันธ์ที่ดี คือ ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ โปร่งใส โดยสามารถให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง เท่าเทียมในทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน การให้ข้อมูลกับผู้ลงทุนทุกฝ่ายก็ต้องมีความเท่าเทียมทั้งลูกค้า ผู้ถือหุ้นรายบุคคล หรือผู้ถือหุ้นที่เป็นกองทุน
“พูนสิทธิ์” กล่าวต่อว่า การสื่อสารข้อมูลออกไป สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ ต้องพยายามให้ข้อมูลล่าสุดหรือมีความถี่ในการส่งข้อมูลออกไปอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานฝ่ายอื่นๆ ด้วย
ขณะที่การพบและนำเสนอข้อมูลกับกองทุนทั้งในประเทศและกองทุนต่างประเทศ ก็ยังมีการไปให้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอโดยอย่างน้อยทุกไตรมาส เช่น ประเทศฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย
อย่างไรก็ดี ทั้งหมดนี้ทุกอย่างจะไม่ประสบความสำเร็จได้ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือและความเข้าใจของผู้บริหารและฝ่ายอื่นๆ ในองค์กรที่ให้ความร่วมมือ







