posttoday
ลุ้น "นิวเจน" กัมพูชา ลบ"รอยร้าว" สู่ "รอยรัก"

ลุ้น "นิวเจน" กัมพูชา ลบ"รอยร้าว" สู่ "รอยรัก"

07 สิงหาคม 2557

ประวัติศาสตร์ที่ถูกส่งต่อกันมา ผ่านช่องทางต่างๆ ในแต่ละชาติอาเซียน กลายเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งต่อการรวมตัวกันในระดับภูมิภาค

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ประวัติศาสตร์ที่ถูกส่งต่อกันมา ผ่านช่องทางต่างๆ ในแต่ละชาติอาเซียน กลายเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งต่อการรวมตัวกันในระดับภูมิภาค ไม่เพียงแต่ไทยเท่านั้นที่มีการตอกย้ำร่องรอยแห่งความขัดแย้ง ประเทศเพื่อนบ้านพรมแดนติดกันอย่างกัมพูชาก็ถูกปลูกฝัง “รอยร้าว” ในทิศทางเดียวกัน

ใกล้รุ่ง อามระดิษ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกเล่าในการสัมมนาหัวข้อ “สถานภาพความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา : พลวัตแห่งกระบวนการรับรู้และความเข้าใจระหว่างกัน” จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า อัตลักษณ์ของชาวกัมพูชาและทัศนคติของชาวกัมพูชาที่มีต่อชาวไทย ถูกประกอบสร้างขึ้นมานานแล้วโดยฝรั่งเศส เพื่อใช้ปกครองกัมพูชา

ตั้งแต่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองกัมพูชา ฝรั่งเศสปลูกฝังแนวคิดให้ชาวกัมพูชารู้สึกว่า ชาวกัมพูชาคือผู้สืบเผ่าพันธุ์มาจากชาติอันเก่าแก่โบราณ เคยมีอำนาจอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ มีอารยธรรมสูงส่งกว่าชาติรอบข้าง พร้อมกันนั้นได้ใช้โบราณสถานสำคัญของกัมพูชาอย่าง “นครวัด” เป็นเครื่องมือสำคัญในการปกครอง

“ภาพนครวัดคือสิ่งสะท้อนถึงความเป็นชาติเก่าแก่โบราณที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ย้ำเตือนถึงอำนาจอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ ความเจริญในความรู้ วิทยาการ ศิลปะ การก่อสร้าง ทำให้ชาวกัมพูชาเกิดความภูมิใจ พร้อมตั้งคำถามว่าใครคือผู้ทำลายความยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งคำตอบก็คืออาณาจักรอยุธยาของไทย”

การเปลี่ยนธงชาติของกัมพูชา ให้มีภาพนครวัดอยู่ตรงกลางธง ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ใช้ตอกย้ำให้ชาวกัมพูชาระลึกถึงความภาคภูมิใจและรอยร้าวข้างต้น สังเกตว่ากัมพูชาเปลี่ยนธงชาติมา 7 ครั้ง แต่ก็ยังมีภาพนครวัดอยู่ตรงกลางเสมอ

ใกล้รุ่ง บอกอีกว่า ตำนานเรื่อง “พระโคพระแก้ว” เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตอกย้ำภาพความเป็น “ผู้ทำลาย” ของไทยในสายตาชาวกัมพูชา ชาวกัมพูชาเชื่อว่า เพราะไทยนำพระโคพระแก้วไป จึงเป็นเหตุให้ความเจริญไปอยู่ที่ไทย และกัมพูชาเสื่อมถอยลงมาจนถึงปัจจุบัน

ฝรั่งเศสยังพยายามสร้างความหวาดกลัวและความหวาดระแวงให้แก่ชาวกัมพูชา ว่าจะถูกยึดครองทรัพย์สมบัติเสมอ โดยยกตัวอย่างการรบกันของไทยและเวียดนามในกัมพูชา แล้วบอกว่านั่นคือการรบกันเพื่อแย่งชิงกัมพูชา

“ทั้งหมดนี้ทำให้กัมพูชารู้สึกว่าตัวเองคือประเทศรักสงบที่ตกเป็นเหยื่อของประเทศที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกง จึงมองไทยและเวียดนามในฐานะผู้รุกราน และรู้สึกว่าฝรั่งเศสคือผู้มีพระคุณ”

หลังกัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส ผู้นำกัมพูชาทุกยุคทุกสมัยตระหนักถึงเรื่องทั้งหมดดีมาก และปฏิบัติแบบเดียวกันต่อๆ กันมา ทั้ง “สีหนุ” และ “ฮุนเซน” ต่างหยิบยกเรื่องปราสาทเขาพระวิหารขึ้นมาเป็นเครื่องมือ เพื่อเรียกคะแนนเสียงจากชาวกัมพูชา ว่าทั้งคู่คือผู้กอบกู้ศักดิ์ศรีให้แก่ประเทศ

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ฮุนเซนยังพยายามสร้างความรู้สึกให้ชาวกัมพูชาสำนึกบุญคุณของตัวเองอีกหลายเรื่อง เช่น การขับไล่เขมรแดง การนำรถไปรับชาวเขมรที่อพยพจากไทยกลับบ้าน พร้อมกันนั้นยังควบคุมสื่ออย่างเคร่งครัดด้วย

อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงทั้งไทยและกัมพูชาต่างมีความสัมพันธ์กันมานาน และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เช่น ด้านเศรษฐกิจ ไทยเป็นผู้เข้าไปช่วยพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจพื้นฐานให้กัมพูชา นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวพันกันด้านการท่องเที่ยว การค้าชายแดน แรงงาน และการศึกษาด้วย

ขณะเดียวกัน ความรู้สึกและความรับรู้ของคนกัมพูชาต่อไทยก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามลำดับ ฮุนเซนไม่สามารถเรียกร้องให้ประชาชนกลุ่ม “นิวเจน” วัย 1830 ปีในประเทศตัวเองรู้สึกสำนึกบุญคุณได้มากนัก เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้เกิดหลังเหตุการณ์เขมรแดง และได้รับการศึกษาที่ดี ต่างจากคนรุ่นก่อน

“ทัศนะที่มีต่อกันมาช้านาน สวนกระแสความเชื่อมโยงอันแนบแน่นของทั้งสองชาติ และไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาในฐานะพลเมืองอาเซียน กลุ่มนิวเจนของกัมพูชานี่แหละคือกลุ่มที่น่าจะทำให้ความสัมพันธ์ไทยกัมพูชากลับมาเป็นทางบวกได้ อีกทั้งกลุ่มนี้ยังเป็นผู้มีกำลังซื้อ ความรู้ นวัตกรรมใหม่ๆ จากไทย ไทยจึงต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกัมพูชาให้มากขึ้น”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน