
อนาคตการบินไทยในเงื้อมมือบอร์ดข้าราชการ
ทุกหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของประเทศอยู่ในช่วงล้างไพ่ปฏิรูปโครงสร้างการทำงานภายในองค์กร ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
ทุกหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของประเทศอยู่ในช่วงล้างไพ่ปฏิรูปโครงสร้างการทำงานภายในองค์กร ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าปฏิรูปการเมืองเพื่อขจัดระบอบการเมืองรูปแบบเก่าให้หมดสิ้น
บริษัท การบินไทย ถูกจับตาเป็นอันดับต้นๆ ของทุกรัฐวิสาหกิจที่ต้องถูกล้างบางอย่างหนัก เพราะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นขุมทรัพย์ใหญ่ที่ทุกรัฐบาลเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการส่งตัวแทนมานั่งทำหน้าที่คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย เพื่อกำหนดนโยบายการทำงานจนถึงขั้นล้วงลูกการบริหารจัดการ
ล่าสุด บริษัท การบินไทย ได้แต่งตั้งกรรมการบอร์ดเพิ่มอีก 3 รายชื่อ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อทดแทนรายชื่อคนเก่าที่รู้ตัวว่ามาจากฝ่ายการเมืองและได้ยื่นใบลาออกก่อนหน้านั้น ปัจจุบันบอร์ดการบินไทยมีจำนวน 14 คน และเหลือที่ว่างอีก 1 ตำแหน่ง
โฉมหน้าตาบอร์ดบริษัท การบินไทย ครั้งนี้ พบว่ากว่า 90% แต่งตั้งผู้ที่มาจากฝ่ายข้าราชการประจำมากกว่าภาคเอกชน ขณะที่การบินไทยตกอยู่ภาวะการขาดทุนอย่างหนัก จำเป็นต้องได้รับการกู้ชีพจากมืออาชีพที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทักษะการทำงานด้านแผนการตลาด
ที่ผ่านมาได้มีการจัดเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันระหว่างสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท การบินไทย กับนักวิชาการ ในช่วงที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริษัท บอร์ดบินไทยต้นปีที่ผ่านมา เป็นประธานรับฟัง ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าบอร์ดที่มาทำหน้าที่ในการบินไทยควรมาจากหน่วยงานภาคเอกชนที่มีความรู้ความสามารถการบริหารจัดการด้านการตลาด มากกว่าข้าราชการประจำ
รวมทั้งเห็นว่าโครงสร้างการบริหารที่เป็นอยู่ทำให้การบินไทยติดกับดักตัวเอง จนไม่สามารถแข่งขันกับสายการบินพาณิชย์อื่นได้ ในโลกที่เปิดน่านฟ้าเสรีและการบินไทยไม่ได้ผูกขาดตลาดการบินเหมือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ คำสั่งแขวนรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ที่เป็นลูกหม้อการบินไทยในช่วงที่การบินไทยอยู่ในภาวะวิกฤต ผลประกอบการขาดทุนอย่างหนักจากปัจจัยภายในและภายนอกรุมเร้า การสั่งแขวนบุคคลที่ฝ่าย คสช.เชื่อว่าเป็นมือที่มาจากฝ่ายการเมือง ถือเป็นวิกฤตซ้ำซ้อนที่กระหน่ำให้การบินไทยอยู่ในภาวะอัมพาตหนัก
จึงไม่แปลกใจที่แผนยุทธศาสตร์การบินไทย แผนฟื้นฟูวิกฤตบริษัทที่การบินไทยเร่งเสนออย่างต่อเนื่องถูกตีกลับและถามหารายละเอียดจากกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง เพราะแนวทางการลดค่าใช้จ่าย 4,000 ล้านบาท การเพิ่มรายได้ 3,000 ล้านบาท เพื่อให้การบินไทยมีรายได้เพิ่ม 7,000 ล้านบาท ไปโปะตัวเลขผลประกอบการที่ขาดทุนติดต่อกัน 2 ไตรมาส และมีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่องตลอดปีนี้ ยังมองไม่เห็นภาพชัดว่าจะดำเนินการอย่างไร
บริษัท การบินไทย เป็นธุรกิจที่มีรายได้ 2 แสนล้านบาท หากผลประกอบการลดลง 10% การบินไทยจะประสบกับภาวะขาดทุนปีนี้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
สาเหตุที่แผนฟื้นฟูวิกฤตการบินไทยไม่มีความชัดเจน เพราะบอร์ดการบินไทยไม่มีนโยบายและทิศทางที่ชัดเจนให้ฝ่ายบริหารดำเนินการ ทำให้การกำหนดยุทธศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งๆที่สถานการณ์การแข่งขันบีบรัดให้การบินไทยต้องเร่งปรับตัว ให้ทันกับภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้ภาพรวมผลประกอบการยังไม่มีแนวโน้มการกระเตื้องขึ้น เมื่อเทียบกับต้นทุนการบริหารจัดการ
นอกจากนี้ แนวทางการปรับลดต้นทุนการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่พนักงานและบอร์ดได้รับต้องปฏิบัติและจริงใจที่จะรื้อโครงสร้าง พร้อมร่วมแรงร่วมใจการทำงาน แต่ต้องยอมรับว่าการเป็นรัฐวิสาหกิจของการบินไทยไม่เหมือนกับการบริหารของภาคเอกชนที่สามารถลอยแพพนักงานออกได้ ทำให้ปัจจุบันพนักงานการบินไทยเป็นกลุ่มที่สูงวัยมากกว่าคนรุ่นใหม่
แผนฟื้นฟูระยะยาวนับจากนี้มองว่ารัฐบาลต้องกำหนดบทบาทการบินไทยให้มีความชัดเจน ว่าการบินไทยจะเป็นสายการบินแห่งชาติหรือสายการบินเชิงพาณิชย์ เพื่อให้การกำหนดยุทธศาสตร์การบินไทยมีความชัดเจน พร้อมปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ที่แข่งขันอย่างดุเดือด เพราะต้องยอมรับว่าหลายโครงการ หลายสถานการณ์ทำให้การบินไทยตกอยู่ในภาวะลำบากและยากต่อการฟื้นฟูอย่างแท้จริง
ทางรอดของการบินไทยในครั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือของบอร์ดข้าราชการที่รอการพิสูจน์ครั้งใหญ่







