
‘กสิกร’มองหุ้นปีหน้าดัชนี1,6501,700จุด
บลจ.กสิกรไทย มองหุ้นไทยดูดีขึ้น ให้เป้าดัชนีปีหน้า 1,650-1,700 จุด
บลจ.กสิกรไทย มองหุ้นไทยดูดีขึ้น ให้เป้าดัชนีปีหน้า 1,650-1,700 จุด
นายพงศ์พิเชษฐ์ นานานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย มีมุมมองในเชิงบวกมากขึ้นต่อการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2558 ภายหลังจากการเข้ามาบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนโยบายภาครัฐที่เป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังคาดการณ์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลายปี 2557 ที่ระดับ 1,500-1,550 จุด และปลายปี 2558 ที่ระดับ 1,650-1,700 จุด แต่ปัจจัยที่ต้องติดตามและเป็นตัวดึงความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ คือความชัดเจนของการลงทุนภาครัฐในโครงการ 2.4 ล้านล้านบาท ว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้มากแค่ไหน
นายพงศ์พิเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของ บลจ.กสิกรไทย จะเน้นลงทุนหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศในช่วงครึ่งปีหลังที่ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับที่ไม่แพงจนเกินไป เช่น ธนาคารพาณิชย์ กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มก่อสร้างและกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการส่งออกและที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ขนส่ง ท่องเที่ยวและยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่สามารถเอาชนะเกณฑ์มาตรฐาน
นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทย เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมหุ้น 3 กองทุน รวมมูลค่ากว่า 213 ล้านบาท ให้แก่กองทุนเปิดเค หุ้นปันผล (KVALUE) สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 ก.ค. 2557 ในอัตรา 0.38 บาท/ หน่วย กองทุนเปิดรวงข้าว 2 (RKF2) และกองทุนเปิดรวงข้าว 4 (RKF4) สำหรับ ผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2556-31 ก.ค. 2557 ในอัตรา 0.38 บาท/หน่วย และ 0.24 บาท/หน่วย ตามลำดับ
ทั้งนี้ จะจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อในสมุดทะเบียนในเวลา 08.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค. 2557 กำหนดจ่ายเงินปันผลพร้อมกันในวันที่ 14 ส.ค. 2557 มูลค่ารวมกว่า 213 ล้านบาทด้านผลการดำเนินงานของกองทุนหุ้นที่มีการจ่ายปันผลครั้งนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยเฉพาะกองทุน KVALUE ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กองทุนมีผลการดำเนินงานย้อนหลังเป็นบวก แต่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเล็กน้อยในระยะสั้น แต่หากมองในระยะยาว กองทุนดังกล่าวยังให้ผลการดำเนินงานเป็นบวกและสามารถเอาชนะเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างมีนัยสำคัญ“จุดเด่นของกองทุน KVALUE อยู่ที่นโยบายการลงทุนซึ่งเน้นหุ้นพื้นฐานดีและกว่า 70% ของกองทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มการจ่ายปันผลสูง จึงทำให้กองทุนนี้มีผลการดำเนินงานระยะยาวอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจและสามารถจ่ายเงินปันผลออกมาให้ผู้ถือหน่วยได้ค่อนข้างสม่ำเสมอแม้ในสภาวะที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนค่อนข้างมากตลอดช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา และหากพิจารณาถึงปัญหาทางการเมืองภายในประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งกดดันให้ตลาดมีการปรับตัวลงเป็นระยะด้วยแล้ว การลงทุนในกองทุนหุ้นปันผลอย่าง KVALUE ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และสามารถช่วยลดความผันผวนจากการลงทุนในตลาดหุ้นลงได้” นายพงศ์พิเชษฐ์กล่าว
สำหรับสภาวะตลาดทุนในช่วงเดือนที่ผ่านมา นายพงศ์พิเชษฐ์เปิดเผยว่า ณ วันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.12% จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาต่อเนื่องหลังมาตรการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีความชัดเจนขึ้น ทำให้มีสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้มีเม็ดเงินจากต่างชาติไหลเข้ามากว่า 1.49 หมื่นล้านบาทในเดือนที่ผ่านมา และทำให้ดัชนีขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 1,543 จุด ก่อนจะมีแรงขายทำกำไรออกมาในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตามตลาดหุ้นอื่นทั่วโลก จากกรณีความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของอาร์เจนตินา ทำให้ตลาดหุ้นหลายประเทศที่ปรับตัวขึ้นสูงในช่วงก่อนหน้า เกิดแรงขายทำกำไรออกมา







