posttoday
ถึงเวลาปฏิรูปภาษี

ถึงเวลาปฏิรูปภาษี

06 สิงหาคม 2557

เห็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์หลายฉบับเกี่ยวกับเรื่องการรีดภาษีของหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงการคลัง ผมขออนุญาตสรุปคร่าวๆ ว่าจะมีการถอนขนห่านรีดภาษีครั้งใหญ่อะไรบ้าง

เห็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์หลายฉบับเกี่ยวกับเรื่องการรีดภาษีของหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงการคลัง ผมขออนุญาตสรุปคร่าวๆ ว่าจะมีการถอนขนห่านรีดภาษีครั้งใหญ่อะไรบ้าง

1) กรมสรรพากรมีแนวโน้มจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) จาก 7% เป็น 10% ซึ่งคาดว่าจะสามารถเรียกเก็บภาษีได้เพิ่มปีละ 1.5 แสนล้านบาท

2) กรมสรรพากรเรียกบริษัทตรวจสอบบัญชีมากำชับให้ทำบัญชีให้ถูกต้องและขอความร่วมมือให้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 20% และกำลังขออำนาจให้พนักงานสอบสวนกรณีทุจริตภาษี สามารถดำเนินการได้เลยไม่ต้องส่งเรื่องฟ้องศาล และขออำนาจศาลหรือขออำนาจสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการอายัดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องในการทุจริต

3) กำลังแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเสียภาษีของคณะบุคคลที่ตั้งขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โดยจะบังคับให้ลงรายได้เป็นรายได้บุคคลด้วย แม้จะลงเป็นรายได้คณะบุคคลแล้วก็ตาม

4) กรมสรรพสามิตเตรียมที่จะเรียกเก็บภาษีน้ำมันดีเซลเป็น 5.31 บาท/ ลิตร คาดว่าจะได้ภาษีเพิ่มปีละ 1 แสนล้านบาท

5) กรมสรรพสามิตจะเรียกเก็บภาษีชาเขียว กาแฟ เครื่องดื่มผสมน้ำตาล โดยถือว่าเป็นเครื่องดื่มทำลายสุขภาพ คาดว่าจะอยู่ที่ 10-20% ของมูลค่า ซึ่งผู้ผลิตในอุตสาหกรรมชาเขียวบางรายได้ออกมาเรียกร้องให้กรมสรรพสามิต ถ้ามีการจัดเก็บก็ขอให้เก็บภาษีตามบัญชีแนบท้ายทั้ง 111 รายการ ไม่ควรเรียกเก็บเฉพาะรายการใดรายการหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบเนื่องจากเป็นสินค้าที่พอจะทดแทนกันได้

6) กรมสรรพสามิตจะเรียกเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมกับธุรกิจที่ทำให้เกิดมลพิษต่างๆ

7) กระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีของ BOI เพราะว่าได้ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงมาที่ 20% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำเป็นอันดับสองใน Asean รองจากสิงคโปร์เท่านั้น จึงมีหลายๆ ธุรกิจที่มาขอ BOI เพื่อได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สูง เราจึงเห็นตัวเลขของ BOI สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

8) กระทรวงการคลังจะมีการจัดเก็บภาษีตัวใหม่ๆ คือ ภาษีมรดกและภาษีที่ดินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชน สร้างความเป็นธรรมและสร้างรายได้ให้แก่รัฐ

ในด้านภาษีมรดกยังมีปัญหาว่าจะเรียกเก็บทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศได้อย่างไร เพราะเป็นการยากที่จะเข้าไปตรวจสอบ ส่วนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทางกระทรวงการคลังต้องการใช้ทดแทนการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนที่จัดเก็บได้น้อยและมีความเหลื่อมล้ำ โดยภาษีตัวใหม่จะใช้ราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ซึ่งต้องติดตามว่าในที่สุดจะคลอดได้หรือไม่ และถ้าคลอดอัตราภาษีที่ใช้สำหรับเพื่อการพาณิชย์ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย เพื่อการเกษตรและที่ดินรกร้างจะเป็นอย่างไร

อันที่จริงผมว่ากรมสรรพากรควรจะเรียกเก็บภาษีกับกลุ่มฐานรายได้ อื่นๆ เช่น กลุ่มรถเข็นแผงลอย ซึ่งกลุ่มนี้เห็นเป็นกลุ่มที่เอาเปรียบสังคมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าเบียดเบียนพื้นที่บาทวิถี วางขายของตามอำเภอใจ จนแทบจะไม่เหลือทางเดินให้คนเดินถนนเลย ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้มีการปล่อยปละละเลยกันได้ถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะยามค่ำคืนบริเวณสยามสแควร์ด้านติดถนนพระราม 1 หรือบริเวณแยกอโศกสุขุมวิท ปากซอยคาวบอย ซึ่งเปิดเป็นบาร์เบียร์โจ๋งครึ่ม ถึงตี 2 ตี 3 เปิดเพลงเสียงดัง มอเตอร์ไซค์จอดบนฟุตปาท จนแทบไม่เหลือทางเดิน รถ Taxi จอดซ้อนคัน ทำให้จราจรย่านอโศกแม้จะเป็นยามค่ำคืนก็ยังติดขัด ผมมีคำถามที่อยากให้ กทม.ตอบ ว่าทำไมบน Sky Walk และบริเวณนอกชานชาลาของสถานีรถไฟฟ้า BTS ถึงไม่มีหาบเร่แผงลอย ผมเคยสังเกตเห็นหลายครั้งว่า เมื่อจะมีพ่อค้าแม่ค้าแอบเอาของมาขายก็จะถูกเจ้าหน้าที่ รปภ.เข้ามาห้ามขายทันที ทำไมเทศกิจจึงได้ปล่อยปละละเลยได้ขนาดนี้ครับ หรือว่ามีผลประโยชน์จากส่วยบังตา แล้วพอพวกพ่อค้าเหล่านี้ขายต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็มีความรู้สึกว่าบาทวิถีเป็นที่ทำกิจของตน ไม่มีความคิดเลยว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย หลายๆ รายมียอดขายในแต่ละวันไม่ใช่น้อย ซึ่งสมควรจะต้องเสียภาษี แต่ก็ไม่เคยเสียภาษีเลย

ในขณะที่คนกินเงินเดือนมากกว่า 1.5 หมื่นบาท ปีหนึ่งรายได้เกิน 1.8 แสนบาท ต้องเริ่มเสียภาษีแล้ว กลุ่มพ่อค้าเหล่านี้ทั่วประเทศไทยมีจำนวนเท่าไหร่ ผมไม่มีตัวเลขที่แน่นอน ถ้าทางสรรพากรจับกลุ่มรถเข็นแผงลอยเหล่านี้มาขึ้นทะเบียนให้หมดและเรียกเก็บภาษี ก็น่าจะช่วยกระทรวงการคลังในยามที่ชักหน้าไม่ถึงหลังได้บ้างไม่มากก็น้อย และอยากให้ทาง กทม. ช่วยจัดโซนให้กลุ่มแม่ค้าเหล่านี้และไม่อนุญาตโดยเด็ดขาดในการขายของบนบาทวิถีแบบที่ประเทศสิงคโปร์เขาจัดการระเบียบที่บ้านเมืองของเขา อยากฝากให้ถามขอให้ทาง คสช.ช่วยร่วมดำเนินการกล่าว แล้วค่อยเลือกซื้อหุ้นน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน