posttoday
ทิพยฯดันสินค้าใหม่ปั๊มเบี้ย

ทิพยฯดันสินค้าใหม่ปั๊มเบี้ย

05 สิงหาคม 2557

ส่ง3กรมธรรม์ขยายฐานรายย่อยหวังปีนี้ยอดขายรวม2.8หมื่นล้าน

ส่ง3กรมธรรม์ขยายฐานรายย่อยหวังปีนี้ยอดขายรวม2.8หมื่นล้าน

ทิพยฯ เปิดตัว 3 กรมธรรม์ใหม่ จับลูกค้ารายย่อย หวังดันเบี้ยเข้าเป้า 2.8 หมื่นล้านบาท

นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวกรมธรรม์ใหม่ตระกูล “ทิพย พลัส เกินคาด” ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ โดยตั้งเป้าทำเบี้ยในปีนี้รวมกันให้ได้ 900 ล้านบาท

สำหรับประกันทั้ง 3 แบบนี้ จะจับกลุ่มลูกค้ารายย่อยวัยทำงานที่มีเงินเก็บพอที่จะซื้อบ้าน ซื้อรถ และประกันสุขภาพเป็นของตัวเอง อายุ 30-65 ปี เพื่อเพิ่มเบี้ยลูกค้ารายย่อยที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 40% ของเบี้ยรับรวมให้เป็น 56% ที่เหลือเป็นลูกค้ารายใหญ่ 46% โดยตั้งเป้าภายใน 2 ปี หรือปี 2558 ต้องทำเบี้ยจากประกันทั้ง 3 แบบนี้ให้ได้ 2,500 ล้านบาท ซึ่งสินค้าใหม่นี้จะมีส่วนช่วยผลักดันให้เบี้ยรวมของบริษัทในปีนี้ถึง 2.8 หมื่นล้านบาท ตามที่ตั้งเป้าไว้

เป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ 2.8 หมื่นล้านบาทเป็นไปได้ เพราะช่วงครึ่งปีแรกเบี้ยประกันทั้งระบบหายไปมากจากเศรษฐกิจไม่ดี และการที่ไม่มีโครงการคืนภาษีรถคันแรก

ในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยดีกว่าครึ่งปีแรกค่อนข้างมากแต่ถือว่าเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ประชาชนต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ได้สินค้าและบริการที่คุ้มค่า

ทั้งนี้ ประกันทั้ง 3 แบบ ประกอบด้วย “ทิพย มอเตอร์ 3 พลัส” ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 500 ล้านบาท เป็นประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองการซ่อมให้คู่กรณีเต็มตามความเสียหาย และคุ้มครองรถของผู้ทำประกันวงเงิน 15 แสนบาท เบี้ยประกันเริ่มต้น 6,500 บาท ถึง 1 หมื่นบาท เป็นเบี้ยที่ต่ำกว่าท้องตลาดเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 7,500 บาท

นอกจากนี้ ยังมีแบบ “ทิพย โฮม พลัส” คุ้มครองอัคคีภัยบ้าน บุคคลที่ 3 ทรัพย์สิน และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังจากไฟฟ้าตก และมีบริการพิเศษซ่อมไฟ ท่อประปาแตกฟรี แต่ลูกค้าต้องซื้ออุปกรณ์เอง ตั้งเป้ายอดขาย 200 ล้านบาท และแบบประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ “ทิพย 40 พลัส” ซึ่งมีความคุ้มครองพิเศษกระดูกแตกหัก ชดเชยค่ารถเข็นในกรณีแพทย์สั่ง ตั้งเป้ายอดขาย 200 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจุบันคนหันมาทำประกันสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2500 เพราะเข้าสู่วัยสูงอายุ หันมาให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพ ประกอบกับค่ารักษาในปัจจุบันแพงมาก และสิทธิของรัฐบาลไม่เพียงพอกับความเจ็บป่วย จึงหันมาทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุมากขึ้น

“เราทำวิจัยตลาดพบว่าในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี คนจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านประกันเป็นอันดับแรก และต้องการความคุ้มครองเท่าที่จำเป็น ในกรณีนี้จะคุ้มครองเฉพาะรถชนรถเท่านั้น จึงสามารถให้บริการพิเศษ ยกรถ ลากรถ กรณีรถเสียฟรี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งแตกต่างจากตลาดที่จะไม่มีบริการดังกล่าว” นายสมพร กล่าว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร