posttoday
ส่องค้าชายแดน 2 ด่านถาวรเมืองกาญจน์

ส่องค้าชายแดน 2 ด่านถาวรเมืองกาญจน์

04 สิงหาคม 2557

โดย....ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย....ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังผลักดันให้ “การค้าชายแดน” เป็นพระเอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่ภาคส่วนอื่นๆ กำลังสะดุดเป็นระยะๆ ซึ่งหนึ่งในจังหวัดชายแดนที่น่าจับตามองก็คือ “กาญจนบุรี” ที่ถูกปลุกปั้นให้เชื่อมโยงฝั่งพม่าให้แนบแน่นยิ่งขึ้น และหากโครงการทวายในพม่าเกิดได้จริง หน้าด่านแห่งนี้จะกลายเป็นช่องทางการค้าสำคัญของภูมิภาค

“โพสต์ทูเดย์” ได้ลงพื้นที่สำรวจการค้าชายแดน จ.กาญจนบุรี บริเวณด่านถาวร 2 แห่ง ได้แก่ ด่านบ้านพุน้ำร้อน ที่จะเชื่อมกับทวาย และด่านเจดีย์สามองค์ ที่เชื่อมกับเมืองมะละแหม่งของพม่า เพื่อฉายภาพการค้าให้เห็นชัดเจนจากพื้นที่จริง โดยในเส้นทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปสู่ด่านบ้านพุน้ำร้อน พบว่า มีการลงทุนตั้งโรงงานด้านเกษตรอุตสาหกรรมอยู่ประปราย รวมทั้งเริ่มมีธุรกิจที่พักรีสอร์ท ร้านอาหารและร้านกาแฟตั้งอยู่เป็นระยะๆ ด้วย

vบ้านพุน้ำร้อน หน้าด่านตะวันตก

สิทธิชัย จึงจิรานนท์ นายด่านศุลกากร อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า การพัฒนาด่านถาวร 2 แห่งนี้ จะใช้โมเดลของ “อ.แม่สาย” จ.เชียงราย มาเป็นต้นแบบ แต่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมกับศักยภาพของ จ.กาญจนบุรี โดยเฉพาะด่านถาวรบ้านพุน้ำร้อน ในพื้นที่ อ.บ้านเก่า ซึ่งเป้าหมายการค้าบริเวณนี้จะอยู่ในรูปแบบการขนส่งสินค้าบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ข้ามแดน เพื่อไปถ่ายลงเรือบริเวณท่าเรือน้ำลึกทวายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นจึงให้ด่านแห่งนี้เป็นจุดขนถ่ายสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ที่พร้อมขนส่งข้ามชายแดนได้

เป้าหมายดังกล่าวทำให้การพัฒนาด่านบ้านพุน้ำร้อนจะต้องมีศูนย์ให้บริการครบวงจร (วันสต็อป เซอร์วิส) ซึ่งรวบรวมหน่วยงานราชการทุกแห่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตขนส่งข้ามแดนมารวมที่จุดนี้

“ด่านบ้านพุน้ำร้อนจำเป็นต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 700-1,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับวางกองตู้คอนเทรนเนอร์ 300-500 ไร่ จุดเปลี่ยนถ่ายและขนส่งสินค้า 200 ไร่ ส่วนที่เหลือจะเป็นศูนย์บริการวันสต็อป เซอร์วิส และศูนย์บริการอื่นๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรที่ดินบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี”

จากการลงพื้นที่สำรวจ พบว่า ปัจจุบันการค้าตรงบริเวณด่านบ้านพุน้ำร้อนยังไม่คึกคักมากนัก ส่วนใหญ่เป็นการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจากฝั่งไทยเข้าไปจำหน่ายในฝั่งทวาย

สำหรับมูลค่าการค้าผ่านด่านบ้านพุน้ำร้อน ซึ่งเพิ่งเปิดครบ 1 ปี เมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มูลค่าการค้าเดือน ต.ค. 2556-พ.ค. 2557 อยู่ที่ 210 ล้านบาท ซึ่งสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคและวัสดุก่อสร้าง ขณะที่สินค้านำเข้าจากฝั่งพม่าส่วนใหญ่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แร่ สินค้าประมง และไม้ไผ่สำหรับผลิตกระดาษ

แต่หากโครงการทวายเกิดขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ ก็คาดว่าจะช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าชายแดนบริเวณนี้เพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่าปีละ 3-4 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวยังใช้เส้นทางนี้น้อยมาก เนื่องจากถนนยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ทำให้การเดินทางไม่สะดวก การเดินทางไปฝั่งทวาย หากเหมารถตู้ไปกลับมีค่าใช้จ่ายคันละ 1.5 หมื่นบาท แต่หากซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียวอยู่ที่คนละ 1,000 บาท ซึ่งมีรถตู้ให้บริการจากฝั่งไทยตั้งแต่ 07.00-10.00 น. โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม การเปิดด่านบ้านพุน้ำร้อน เอื้อประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว จ.กาญจนบุรี เนื่องจากการเดินทางจากบ้านพุน้ำร้อนไปทวาย มีระยะทางเพียง 160 กิโลเมตร และจากทวายไปกรุงย่างกุ้ง มีระยะทาง 200 กิโลเมตร ดังนั้นจึงมีนักท่องเที่ยวจากพม่าจำนวนมากที่ต้องการใช้เส้นทางนี้เดินทางเข้ามาประเทศไทย เนื่องจากมีระยะทางใกล้กว่าการเดินทางผ่านด่านอื่นๆ

ท่ามกลางโอกาสที่มองเห็นในอนาคต การพัฒนาด่านบ้านพุน้ำร้อนยังมีปัญหาหลายอย่าง เช่น การที่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในการดูแลของกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู จึงต้องมีการเจรจาเรื่องความปลอดภัย ขณะที่ถนนยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนซึ่งทำให้การเดินทางของคนและการขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างลำบาก

vต้นทุนขนส่งด่านเจดีย์ฯ สูง

บัณฑิต ตะเอก้า หัวหน้าฝ่ายควบคุมทางศุลกากร ด่านศุลกากร อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี กล่าวถึงภาพรวมการค้าด่านชายแดนเจดีย์สามองค์ ว่า ค่อนข้างทรงตัว โดยมีมูลค่าการค้าสินค้าอุปโภคบริโภคอยู่ที่ประมาณ 80-100 ล้านบาท/ปี แต่ถ้ารวมสินค้ากลุ่มเชื้อเพลิง มูลค่าจะสูงถึงกว่า 11.2 แสนล้านบาท

สำหรับด่านแห่งนี้มีปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้าเข้าไปประเทศพม่า ซึ่งต้องผ่านพื้นที่ของชนกลุ่มน้อย ทำให้มีต้นทุนการขนส่งสูง อีกทั้งยังมีปัญหาการลักลอบขนส่งสินค้าข้ามแดน โดยไม่ผ่านจุดผ่านแดนซึ่งต้องเสียภาษีด้วย ซึ่งแนวทางแก้ปัญหาจะต้องมีคณะกรรมการชายแดนเข้าไปช่วยดูแลและประสานกับทางการพม่าเหมือนกับด่านอื่นๆ โดยอาจให้ทหารเป็นเจ้าภาพหลักที่จะผลักดันให้คืบหน้า

ทั้งหมดนี้คือเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่เกี่ยวกับโอกาสและอุปสรรคในการเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนไทยพม่าบริเวณ จ.กาญจนบุรี ซึ่งหากสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ จะทำให้การค้าข้ามแดน 2 ด่านนี้มีโอกาสเติบโตอีกมาก

ข่าวล่าสุด

‘ชาบูตง ราเมน’ แบรนด์ในตำนาน ปิดกิจการลาไทย หลังอยู่มานาน 16 ปี

‘ชาบูตง ราเมน’ แบรนด์ในตำนาน ปิดกิจการลาไทย หลังอยู่มานาน 16 ปี