
ไทยชิงได้เปรียบเพื่อนบ้านเร่งขยายส่งออกเกษตรแปรรูป
ผลผลิตทางการเกษตรไทยหลายชนิด ที่นอกจากจะมีจุดเด่นด้านสายพันธุ์
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ผลผลิตทางการเกษตรไทยหลายชนิด ที่นอกจากจะมีจุดเด่นด้านสายพันธุ์ ทำให้มีรสชาติดีจากทำเลที่เพาะปลูกในแหล่งต่างๆ ทำให้สินค้าเกษตรอาหารแปรรูปไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าโภชนาการให้แก่ผู้บริโภค ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางโอกาสทางการตลาดอาหารแปรรูปเช่นกัน
สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารของไทยมีความได้เปรียบในเรื่องวัตถุดิบ ที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว ฯลฯ ไม่สามารถส่งออกสินค้าให้กับกลุ่มประเทศผู้บริโภคได้ จึงทำให้กลุ่มประเทศผู้บริโภคหันมาซื้อวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์การส่งออกจากไทย
“กลุ่มประเทศผู้บริโภคยังมีความเชื่อมั่นในเรื่องของคุณภาพ และประสบการณ์การส่งออกอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความได้เปรียบจากประเทศคู่แข่ง ได้แก่ จีนและเวียดนาม” สมชาย กล่าว
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอาหารไทยยังได้มีทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร โดยมีแนวทางของโครงการการจัดการทรัพยากรน้ำ หรือวอเตอร์ ฟุตปรินท์ ซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อประเมินผลการใช้น้ำ การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและมลภาวะต่างๆ รวมถึงโครงการคาร์บอน ฟุตปรินท์ ซึ่งเป็นแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของโลกด้วย
ทั้งนี้ จากการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมอาหารส่งออกของไทยในปี 2556 หดตัว 7.6% คิดเป็นมูลค่า 8 แสนกว่าล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2555 จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยในปี 2557 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน ที่คาดว่าจะหดตัวราว 5% จากข้อได้เปรียบด้านวัตถุดิบที่กล่าวข้างต้น
พร้อมกันนี้ สศอ.นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจการ บริษัท ไทยซุนฟู้ดส์ จ.หนองคาย ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมอาหารส่งออก ประเภทอาหารกระป๋อง เช่น น้ำมะเขือเทศเข้มข้น ข้าวโพดหวานในน้ำเชื่อม ขนุนอบแห้ง วุ้นมะพร้าว เป็นต้น
ไช่ถิงหลิน ผู้จัดการโรงงาน บริษัท ไทยซุนฟู้ดส์ กล่าวว่า โรงงานก่อตั้งตั้งแต่ปี 2531 พร้อมทยอยปรับปรุงระบบบริหารจัดการภายในอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบการผลิตที่มีการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยเข้ามาติดตั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และลดปัญหาด้านต้นทุนแรงงานขั้นต่ำที่ปรับขึ้น 300 บาท ที่มีผลกระทบกับต้นทุนในภาพรวมบริษัทด้วย
ขณะที่ปัจจุบันบริษัทจะผลิตอาหารเกษตรแปรรูป 2 กลุ่มหลัก คือ มะเขือเทศ และข้าวโพดหวาน รวมกันราว 85% ส่วนที่เหลือ 15% เป็นวัตถุดิบเกษตรแปรรูปอื่นๆ มีกำลังผลิต 2.5-2.8 หมื่นตัน/ปี และ 1 หมื่นตัน/ปี ตามลำดับ โดยบริษัทจะเป็นผู้รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) สินค้าอาหารแปรรูปวัตถุดิบเกษตรดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ส่วนที่เหลือ 20% เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าไทยซุนฟู้ดส์
พร้อมทำตลาดส่งออกหลักคือ ญี่ปุ่นราว 7080% เนื่องจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมีความสนใจและเชื่อถือในผลิตภัณฑ์มายาวนาน ส่วนประเทศอื่นๆ อาทิ ไต้หวัน ฮ่องกง และประเทศในแถบอาเซียน
อย่างไรก็ตาม การจะขยายตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศนั้นมาตรฐานการผลิตระดับสากลเป็นสิ่งสำคัญ โดยบริษัทจัดทำทั้งระบบบริหารความปลอดภัยของอาหาร (ไอเอสโอ 22000) ระบบการปฏิบัติที่ดีในการผลิตอาหารในกระบวนการทั้งหมด (จีเอ็มพี) ระบบมาตรฐานการผลิตอาหารตามหลักศาสนาอิสลาม (ฮาลาล) เป็นต้นด้วย
ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำความได้เปรียบของผู้ผลิตสินค้าเกษตรอาหารแปรรูปจากไทยได้มากยิ่งขึ้น พร้อมรับโอกาสอุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาดโลกด้วย







