
รฟท.วาดฝันมีกำไรแน่ปี’63
บอร์ด ร.ฟ.ท.ไฟเขียวแผนฟื้นฟู 4 แนวทาง หวังสูงขอล้างหนี้เหลือศูนย์ ตั้งเป้ามีกำไรปี 2563
บอร์ด ร.ฟ.ท.ไฟเขียวแผนฟื้นฟู 4 แนวทาง หวังสูงขอล้างหนี้เหลือศูนย์ ตั้งเป้ามีกำไรปี 2563
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ ร.ฟ.ท. ระยะเวลา 10 ปีตั้งแต่ปี 2558-2567 โดยตั้งเป้าล้างหนี้รถไฟให้เป็นศูนย์ พร้อมขอให้รัฐสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วย ซึ่งจะทำให้ทำกำไรในปี 2563 ประมาณ 2,668 ล้านบาท
สำหรับแผนการฟื้นฟูดังกล่าว คือ การนำ 3 แนวทางที่เป็นแนวทางที่เป็นไปได้ในการฟื้นฟูมารวมกัน ประกอบด้วย รัฐรับภาระหนี้โครงสร้างพื้นฐานในอดีตทั้งหมด การดำเนินงานและเงินบำนาญ รวมทั้งขอรัฐอนุญาตปรับราคาค่าโดยสารให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ให้ ร.ฟ.ท.ศึกษาแนวทางเพิ่มรายได้จากที่ดิน เช่น การตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยนำที่ดิน ร.ฟ.ท.มาพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือให้เอกชนมาลงทุนทั้งหมดหรือลงทุนร่วมกัน แต่ ร.ฟ.ท.เป็นเจ้าของที่ดิน พร้อมเห็นชอบอนุมัติให้บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.ดำเนินโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ ส่วนต่อขยาย พญาไทดอนเมือง เพื่อเชื่อมการเดินทางรถไฟฟ้าให้สองสนามบิน
ด้าน นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า หลังจาก ร.ฟ.ท.ได้เริ่มเปิดให้บริการรถโดยสารปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 สำหรับสุภาพสตรีและเด็ก (เลดี้แอนด์ชิลเดนท์คาร์) เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่ายอดจองดีเกินคาด โดยเฉพาะเส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ เต็มทุกที่นั่ง
ทั้งนี้ บริการดังกล่าวนำร่อง 4 ขบวน เส้นทาง กรุงเทพฯเชียงใหม่ กรุงเทพฯสุไหงโกลก กรุงเทพฯอุบลราชธานี และกรุงเทพฯหนองคาย เส้นทางละ 1 คัน/ขบวน มี 40 ที่นั่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง เนื่องจากมีการจัดพนักงานประจำรถ พนักงานปูเตียง พนักงานประจำตู้เสบียง และพนักงานทำความสะอาด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้หญิงทั้งหมด
เบื้องต้นจะทดลองให้บริการและประเมินผลเมื่อครบ 3 เดือน หากเส้นทางใดเป็นที่นิยมจะเพิ่มขบวนรถ และมีแนวโน้มว่าอาจเพิ่มบริการเส้นทางกรุงเทพฯนครศรีธรรมราช ส่วนขบวนที่เหลือแม้จะมีผู้ใช้บริการน้อย แต่จะยังคงให้บริการ ไม่มีการยกเลิก เพราะไม่ได้เน้นความคุ้มค่าทางการเงิน แต่เน้นความคุ้มค่าทางสังคมเป็นสำคัญ โดยจะปิดประตูห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น.







