posttoday
หุ้นไทยเสี่ยงปักหัวลงส.ค.

หุ้นไทยเสี่ยงปักหัวลงส.ค.

02 สิงหาคม 2557

ต่างชาติทิ้งไม่หยุดรอข่าวบวกใหม่ แย่สุด1,460ยังมีลุ้นปลายปี1,600

ต่างชาติทิ้งไม่หยุดรอข่าวบวกใหม่ แย่สุด1,460ยังมีลุ้นปลายปี1,600

หุ้นไทยหุ้นสหรัฐเสี่ยงผันผวนสูงในเดือน ส.ค. ต่างชาติทำกำไรช่วงสั้น

ตลาดหุ้นสหรัฐดำดิ่ง ดัชนีเอสแอนด์พี 500 รูดลงแรง 2% หรือ 39.40 จุด มาอยู่ที่ 1,930.67 จุด ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 1.9% หรือ 317.06 จุด มาอยู่ที่ 16,563.30 จุด ปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.

ขณะเดียวกัน ดัชนีหุ้นไทยร่วงหนัก 14.99 จุด หลุดไปต่ำสุดที่ 1,487.40 จุด ก่อนดีดกลับอย่างรวดเร็วในช่วงบ่ายจนกระทั่งปิดที่ 1,502.39 จุด ลดลง 2.19 จุด มูลค่าการซื้อขาย 44,176 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายเพียง 467 ล้านบาท สถาบันทิ้งหนักสุด 1,124 ล้านบาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงแรง ถูกปัจจัยกดดันจากกระแสเงินลงทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มไหลออกในระยะสั้นต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐประกาศตัวเลขจีดีพีดีกว่าที่คาดการณ์

นอกจากนี้ ยังมีการขายทำกำไรระยะสั้นหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐทุกอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มสูง โดยเฉพาะอายุ 2 ปี ขึ้นมาที่ 0.55% จากเดิมที่ 0.49% ส่งผลให้ต้นทุนการกู้เงินดอกเบี้ยต่ำมาหาผลตอบแทนที่สูงกว่า (แครี่เทรด) ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับนักลงทุนเริ่มกังวลถึงมูลค่าหุ้นโลกเพิ่มสูงเกินไปจึงขายออกมาเพื่อลดความเสี่ยง

ทั้งนี้ แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งแรกของเดือน ส.ค. 2557 มีความเสี่ยงปรับฐานระยะสั้น โดยกรณีรุนแรงสุดอาจปรับลงไปถึงระดับแนวรับ 1,460 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,520 จุด อย่างไรก็ดีแนะนำให้ทยอยซื้อสะสมหุ้นในพอร์ตเพิ่มเป็นสัดส่วน 70% เน้นหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นและยังได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้น อาทิ กลุ่มถ่านหิน คือ บริษัท บ้านปู (BANPU) และบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) และกลุ่มเดินเรือ คือ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) และบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL)

สำหรับตลาดในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นขาขึ้นจากสภาพคล่องในประเทศของพันธบัตรออมทรัพย์ที่จะครบอายุประมาณ 4.30 หมื่นบาท ซึ่งมีโอกาสที่จะไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้น จึงมีโอกาสที่หุ้นจะปรับขึ้นไปที่ 1,550 จุด ส่วนในเดือน ก.ย.ต.ค. ให้จับตาธนาคารกลางยุโรปมีโอกาสที่จะอัดฉีดสภาพคล่อง (คิวอี) เพื่อแก้ปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งหากประกาศออกมาจริงมีโอกาสผลักดันดัชนีให้ถึงระดับ 1,600 จุดได้

นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดตลาดหุ้นในเดือน ส.ค. มีโอกาสปรับฐานหรือผันผวนเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐ หลังจากราคาหุ้นไทยเริ่มสะท้อนกำไรสุทธิที่คาดการณ์สำหรับปี 2557 ไปแล้ว แต่การมีรัฐบาลจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น จึงแนะนำซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ให้น้ำหนักมากกว่าตลาดในกลุ่มขนส่ง ได้แก่ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) และบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์

“เราคาดว่าหุ้นที่จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ออกมาดี แนะนำซื้อเก็งกำไร THCOM, SIM, BCP, KCE, CPF และ SPALI ส่วนหุ้นที่คาดว่ากำไรจะแย่ลง ได้แก่ IRPC, TOP, MAJOR, VGI, MATCH และ LPN” บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน