
ราคาข้าวเริ่มนิ่ง
สถานการณ์ด้านราคาข้าวในตลาดโลก กำลังกดดันไทยอย่างหนัก เนื่องจากสต๊อกเก่ายังค้างอยู่ในมือรัฐบาลไม่น้อยกว่า 1819 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณข้าวฤดูกาลใหม่ 2557/2558 กำลังจะออกตลาดอีกจำนวนมหาศาล จนทำให้รัฐบาลที่มีแผนจะระบายข้าวออกสู่ตลาดเดือนละ 5 แสนตัน ต้องก่ายหน้าผาก
สถานการณ์ด้านราคาข้าวในตลาดโลก กำลังกดดันไทยอย่างหนัก เนื่องจากสต๊อกเก่ายังค้างอยู่ในมือรัฐบาลไม่น้อยกว่า 1819 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณข้าวฤดูกาลใหม่ 2557/2558 กำลังจะออกตลาดอีกจำนวนมหาศาล จนทำให้รัฐบาลที่มีแผนจะระบายข้าวออกสู่ตลาดเดือนละ 5 แสนตัน ต้องก่ายหน้าผาก
ขณะที่ให้ชาวนาที่เคยเฟื่องฟูจากโครงการรับจำนำตันละ 1.5 หมื่นบาท ในขณะนี้กำลังเผชิญกับการรับซื้อข้าวจากโรงสีตันละ 8,0009,000 บาทเท่านั้น แม้จะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นแต่ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าราคาจะดีขึ้น
ตรัน ตรวน อานห์ รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์เวียดนาม ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ว่า ราคาข้าวในตลาดโลกน่าจะลดความร้อนแรงลงหลังจากที่ไทยและอินเดียเริ่มระบายข้าวในสต๊อกออกสู่ตลาดโลกมากขึ้นกว่าเดิม
“ทั้งประเทศไทยและอินเดียจะเริ่มระบายข้าวในโกดังออกขายมากขึ้น ดังนั้นเราคาดว่าปริมาณข้าวในตลาดโลกจะเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประเทศปลูกข้าวอื่นๆ ก็เริ่มที่จะเก็บเกี่ยวข้าวกันแล้ว ก็ยิ่งจะเป็นการผ่อนคลายความกดดันของราคาข้าวในตลาดโลกด้วย” อานห์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาราคาข้าวในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ราคาข้าวขาว 5% ในตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมานั้นพุ่งขึ้นไปถึง 13% ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนที่ผ่านมาเท่านั้น ไปแตะที่ 433 เหรียญสหรัฐ/ตัน เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่ปีที่แล้วนั้นราคาข้าวขาว 5% ร่วงลงไปถึง 23%
รมช.พาณิชย์เวียดนาม กล่าวด้วยว่า การส่งออกข้าวจากเวียดนามในปีนี้จะมีปริมาณเท่ากับปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 6.6 ล้านตัน ขณะที่ทางด้านองค์การอาหารและการเกษตรโลก (เอฟเอโอ) ระบุว่า ยอดขายข้าวจากเวียดนามจะพุ่งขึ้นแตะ 7 ล้านตันในปีนี้ ขณะที่ปริมาณผลผลิตข้าวของเวียดนามทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 1.5% ไปแตะที่ 29.7 ล้านตันเลยทีเดียว
อานห์ กล่าวว่า เวียดนามจะหาทางเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดข้าวสำคัญอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียต่อไป เพราะเป็นผู้ซื้อใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยปีนี้ฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวจากเวียดนาม 1 ล้านตัน ขณะที่อินโดนีเซียก็กำลังพิจารณาเพิ่มนำเข้าข้าวจาก 2.5 แสนตัน เป็น 5 แสนตัน







