
ปูนใหญ่ระบุเศรษฐกิจปีนี้แย่หนัก
เอสซีจี ระบุเศรษฐกิจไทยปีนี้แย่ ต้องมุ่งส่งออกต่างประเทศเป็นหลักทุกกลุ่ม แถมเจอต้นทุนพลังงานพุ่งจากค่าขนส่ง แม้จะปรับเป้ายอดขายปีนี้เพิ่ม 1 หมื่นล้านแต่กำไรหด
เอสซีจี ระบุเศรษฐกิจไทยปีนี้แย่ ต้องมุ่งส่งออกต่างประเทศเป็นหลักทุกกลุ่ม แถมเจอต้นทุนพลังงานพุ่งจากค่าขนส่ง แม้จะปรับเป้ายอดขายปีนี้เพิ่ม 1 หมื่นล้านแต่กำไรหด
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางการเมือง ทำให้ในปีนี้ บริษัทฯต้องหันไปพึ่งตลาดส่งออกต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียน ในทุกกลุ่มสินค้าให้มากขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้งานภายภายในประเทศหดตัว เช่น ปูนซีเมนต์ได้มีการส่งออกเพิ่ม จากปีก่อนส่งออกจำนวน 4 ล้านตัน ปีนี้ได้เพิ่มเป็น 5 ล้านตัน
ขณะเดียวกัน บริษัทฯได้ปรับเป้ายอดขายปีนี้เพิ่มอีก 1 หมื่นล้านบาท เป็น 4.86 แสนล้านบาท จากเดิม 4.76 แสนล้านบาท หลังจากทุกกลุ่มสินค้ามียอดขายเติบโตขึ้น และส่งออกเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีการซื้อกิจการใหม่ๆ เข้ามาด้วย แต่ยอมรับว่าอัตรากำไรในปีนี้จะต่ำลง เพราะราคาส่งออกต่ำกว่าราคาขายในประเทศ ส่งผลให้ภาพรวมกำไรปีนี้อาจจะไม่ดีนัก
สำหรับ ผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกบริษัทฯ มียอดขาย 2.46 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิ ลดลง 10% มาที่ 1.69 หมื่นล้านบาท ซึ่งแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3 ปีนี้ บริษัทคาดว่ากำไรจะต่ำกว่าไตรมาส 3 ปี56 และไตรมาส 2 ปี 57 เนื่องจากยอดขายปูนซิเมนต์ติดลบ 2-3% และไตรมาส 4 ปี 57 น่าจะไม่เติบโตมากนัก ทั้งปีนี้คาดว่าจะยอดขายปูนซิเมนต์จะเติบโตเพียง 1% และคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 12-15 เดือนกว่ายอดใช้ปูนซิเมนต์ในประเทศจะกลับมาปกติ ขณะที่ยอดขายวัสดุก่อสร้างในไตรมาส 3/57 ติดลบ 8-9% ต่อเนื่องจากไตรมาส 2/57
ด้าน ธุรกิจปิโตรเคมีนั้น มาร์จิ้นในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน ก.ค.57 ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์ ซึ่งราคาปรับขึ้นตามราคาน้ำมันโลก อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากราคาน้ำมันปรับขึ้นเร็วจนไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ทัน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ คือ แนฟทาปรับสูงขึ้น ก็จะส่งผลเสีย นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจที่บริษัทฯ ได้เข้าไปถือหุ้น 18% ในบริษัท โตโยต้า ก็ย่ำแย่เช่นเกินเนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้ต้องลดกำลังการผลิตลง หรือรถทางด้านการเกษตร อย่าง บริษัท คูโบต้า ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันแม้ว่า จะมีการทยอยจ่ายเงินจำนวนข้าวให้กับเกษตรกรไปแล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศก็ยังไม่ฟื้นตัวนักท่องเที่ยวยังกลับมา
“มองดูภาพรวมในไตรมาส 3 ไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยยังเสี่ยง แม้ ผลักดันส่งออกมากขึ้นก็จริง แต่มาร์จิ้นไม่ดีเท่าขายในประเทศ ยกเว้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ เคมิคอลที่มาร์จิ้นไม่ต่างมากกับในประเทศ "นายกานต์ กล่าว
อย่างไรก็ตามประเมินว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีหน้าจะเริ่มฟื้นตัว เพราะความมั่นใจกลับคืนมา มีการเบิกจ่ายงบประมาณจากภาครัฐ และมีการอัดฉีดเงินกระตุ้นเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยขณะนี้มีเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในหุ้นและพันธบัตรคิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1.7 แสนล้านบาทแล้ว ในช่วง 2 สัปดาห์ของเดือนก.ค. ขณะที่เงินบาทนั้นแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง







