
ถกแผนล้างหนี้รถไฟ...แสนล้านไม่จบ
หากมีการแบ่งแยกหนี้ของ ร.ฟ.ท. จะทำให้ ร.ฟ.ท.เหลือหนี้ที่ต้องรับภาระจริงเพียง 2 หมื่นล้านบาท
หากมีการแบ่งแยกหนี้ของ ร.ฟ.ท. จะทำให้ ร.ฟ.ท.เหลือหนี้ที่ต้องรับภาระจริงเพียง 2 หมื่นล้านบาท
เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือแผนฟื้นฟูกิจการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และบริษัท การบินไทย เพื่อเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณาก่อนเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป
สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ได้สั่งการให้ ร.ฟ.ท.ทำรายงานสรุปแผนภาระหนี้สินสะสม ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2556 พบว่า ร.ฟ.ท.มีหนี้สินสะสม 1.09 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 1.หนี้สินโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ 3.32 หมื่นล้านบาท 2.หนี้สินจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1.39 หมื่นล้านบาท 3.หนี้สินจากการจัดซื้อหัวรถจักรและล้อเลื่อน 1.18 หมื่นล้านบาท และ 4.หนี้สินจากการดำเนินงาน 5.02 หมื่นล้านบาท ก่อนที่จะสรุปว่าหนี้สินส่วนใดจะต้องอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาล และหนี้สินส่วนใดที่ ร.ฟ.ท.จะต้องรับผิดชอบ
“ร.ฟ.ท.จะต้องทำสรุปแยกรายละเอียดตัวเลขในส่วนที่รัฐจะต้องรับภาระและส่วน ที่ ร.ฟ.ท.ต้องรับผิดชอบ ซึ่งจะสรุปเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาภายในวันศุกร์ที่ 1 ส.ค.นี้ ก่อนที่จะเสนอสคร.และ คสช.ต่อไป” สร้อยทิพย์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้หารือแผนปรับลงทุนของ ร.ฟ.ท. ซึ่งแผนเดิมกำหนดให้ ร.ฟ.ท.เร่งลงทุนรถไฟทางคู่และจัดหาขบวนรถ หัวรถจักร และระบบอาณัติสัญญาณให้แล้วเสร็จในปี 2553-2557 กรอบวงเงิน 1.76 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากการดำเนินงานไม่มีความคืบหน้า จึงเห็นควรให้ปรับเป็นแผนดำเนินการปี 2557-2560 และหากดำเนินการได้ตามแผนจะทำให้ ร.ฟ.ท.มีรายได้จากการเดินรถอย่างเต็มที่
สำหรับแผนพัฒนาที่ดินของ ร.ฟ.ท.ที่อยู่กลางเมือง 3 แปลง คือ ที่ดินย่านมักกะสัน 512 ไร่ ที่ดินย่านพหลโยธิน 1,070 ไร่ และที่ดินบริเวณสถานีแม่น้ำ 277 ไร่ รวมถึงที่ดินของ ร.ฟ.ท.ในต่างจังหวัดอีก 11 แปลงนั้น จะต้องมีการหารือกับกรมธนารักษ์ถึงแนวทางดำเนินการว่าจะทำให้กรมธนารักษ์เช่าที่ดินเป็นเวลา 30 ปี แลกกับการล้างหนี้สะสมหรือ ร.ฟ.ท.จะนำที่ดินไปบริหารเอง
สร้อยทิพย์ กล่าวว่า ในส่วนภาระเงินบำนาญที่ ร.ฟ.ท.ต้องแบกรับภาระปีละ 3,000 ล้านบาทไปจนถึงปี 2590 ฝ่ายบริหารจะไปแก้ไข เช่น ให้พนักงานเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
วิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์ รองผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า หากมีการแบ่งแยกหนี้ของ ร.ฟ.ท. จะทำให้ ร.ฟ.ท.เหลือหนี้ที่ต้องรับภาระจริงเพียง 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและหนี้สินจากการดำเนินงานนั้น รัฐบาลจะต้องรับภาระส่วนนี้ไป
ด้าน ประเสริฐ อัตตะนันทน์ รักษาการแทนผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า การดำเนินการเพื่อฟื้นฟูกิจการของ ร.ฟ.ท. มีประเด็นที่ต้องทำก่อน คือ การแยกภาระหนี้รัฐบาลต้อง เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และหนี้สินจากการดำเนินงาน รวมทั้งภาระดอกเบี้ยต่างๆ พร้อมทั้งจะต้องทำให้ ร.ฟ.ท.มีรายได้เพิ่มขึ้น
“หัวใจสำคัญในการฟื้นฟู ร.ฟ.ท.จะต้องเร่งรัดจัดหาขบวนรถใหม่ หัวรถจักร รวมทั้งการขยายทางคู่ 5 เส้นทาง” ประเสริฐ ระบุ
สำหรับการหารือแผนฟื้นฟูบริษัท การบินไทย นั้น สร้อยทิพย์ ระบุว่า บริษัท การบินไทย ได้เสนอแผนฟื้นฟู แต่ภาพที่ออกมายังฉายไม่ชัด จึงขอให้ผู้บริหารการบินไทยไปทำภาพให้ชัดเจนกว่านี้มานำเสนอใหม่ โดยเฉพาะต้องแยกยุทธศาสตร์การฟื้นให้ชัดเจนตั้งแต่การบริหารจัดการ บุคลากรให้บริการด้านต่างๆ และการบริหารเงิน
“ก่อนจะลงมือฟื้นฟูการบินไทย สิ่งที่ต้องทำก่อน คือ จะต้องทำภาพให้ชัดและแยกออกเป็นหมวดๆ ว่าแต่ละส่วนเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงรายได้ลดลง รวมถึงสถานการณ์การแข่งขันกับคู่แข่ง ซึ่งกระทรวงได้ขอให้บริษัทกลับไปทำข้อมูลมาใหม่และเสนอในวันที่ 30 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม แม้การบินไทยจะขาดทุนอยู่ แต่ก็ถือเป็นองค์กรมีศักยภาพเพราะมีทรัพย์สินถึง 3 แสนล้านบาทสูงกว่าหนี้”สร้อยทิพย์กล่าว







