
คสช.ตรวจข้าวแล้ว72%พบเสื่อมคุณภาพเล็กน้อย
คสช.เผยตรวจสอบข้าวทั่วประเทศแล้ว 72% พบเสื่อมคุณภาพ-ไม่ตรงกับที่แจ้ง10% ชี้ยังไม่จำเป็นต้องเร่งระบาย แต่ต้องดูกลไกตลาด
คสช.เผยตรวจสอบข้าวทั่วประเทศแล้ว 72% พบเสื่อมคุณภาพ-ไม่ตรงกับที่แจ้ง10% ชี้ยังไม่จำเป็นต้องเร่งระบาย แต่ต้องดูกลไกตลาด
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้เปิดเผยหลังการประชุม นบข. ครั้งที่ 2/57 ถึงการดำเนินการของคณะอนุกรรมการสองคณะ คือ คณะอนุกรรมการกำหนดนโยบาย และคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณข้าวว่า ได้มีการเสนอยุทธศาสตร์เพิ่มเติมในการผลิตข้าวของไทย ซึ่งประกอบด้วยยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและด้านการตลาด โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรผลิตข้าวคุณภาพดี และขายได้ในราคาเหมาะสม
ทั้งนี้คณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณข้าว ได้รายงานผลให้ทราบว่า ขณะนี้ได้ทำการตรวจสอบข้าวทั่วประเทศไปแล้ว 1,290 แห่ง จากที่มีทั้งหมด 1,787 แห่ง ซึ่งคิดเป็น 72% และพบว่า 80% เป็นข้าวที่มีคุณภาพดีและถูกต้อง มีเพียง10% ที่ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้และเสื่อมคุณภาพ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบในรายละเอียดต่อไป
"ขณะนี้ไม่จำเป็นต้องมีการเร่งระบายข้าว แต่ต้องดูตามกลไกตลาด ไม่ให้มีผลกระทบต่อราคาข้าว และต้องดูว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะสามารถระบายข้าวได้ และในอนาคตเรื่องของประกันราคาข้าวและการจำนำข้าว จะไม่มีการพิจารณาใช้กับระบบของไทย แต่จะเน้นให้เกษตรกรปลูกข้าวที่มีคุณภาพ รวมถึงปลูกพืชอื่นๆทดแทนด้วย"พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว
ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจในการติดตาม ประเมินตรวจสอบคุณภาพข้าวในห้วงเดือนนี้ พร้อมให้ดำเนินการสรุปผลการตรวจสอบให้ คสช. ทราบโดยเร็ว เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
พล.อ.ฉัตรชัย ระบุด้วยว่า ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบผลสำเร็จของมาตรการต่างๆ ที่ คสช. กำหนดไว้ในการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการสร้างความเข้าใจกับชาวนาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในแนวทางการแก้ปัญหาของเกษตรกรอย่างยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานการตลาดและการผลิตในอนาคต
นอกจากนี้ได้ย้ำให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น พร้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการกำหนดยุทธศาสตร์ทางการเกษตร ส่วนการส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวที่มีคุณภาพ หรือปลูกข้าวตามท้องถิ่น เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีและง่ายต่อการจำหน่ายนั้น เป็นเรื่องที่ควรได้รับการสนับสนุน นอกจากนี้เร่งรัดให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลด้านเกษตรกรรมประจำจังหวัด/อำเภอ เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผลผลิตร่วมกันระหว่างภาครัฐและเกษตรกร







