
แมนูไลฟ์มองปีนี้1,600จุด
เศรษฐกิจไทยขยายตัวกำไรบจ.โตยูโอบีเอ็มเอฟซีออกทริกเกอร์ซื้อหุ้น
เศรษฐกิจไทยขยายตัวกำไรบจ.โตยูโอบีเอ็มเอฟซีออกทริกเกอร์ซื้อหุ้น
บลจ.มองหุ้นไทยสดใส “แมนูไลฟ์” ปรับเป้าดัชนี 1,600 จุด สิ้นปี ยูโอบีเอ็มเอฟซี ออกทริกเกอร์ฟันด์ซื้อหุ้น
น.ส.จินตนา เมฆินทรางกูร หัวหน้าฝ่ายตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทยังมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นไทย ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาเป็นไปตามขั้นตอนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศไว้ แม้จะยังไม่มีการเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี แต่มองว่าหากรัฐบาลแม้จะมาจากการแต่งตั้งแต่สามารถดำเนินนโยบายและตัดสินใจในการบริหารจัดการได้น่าจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปได้
“ดัชนีมีโอกาสไปถึง 1,600 จุด ในสิ้นปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวดีขึ้นตามลำดับ จากก่อนที่มองแถวๆ 1,500 จุด” น.ส.จินตนา กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนดัชนีทะลุ 1,540 จุดขึ้นมานั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเงินทุนไหลเข้าในภูมิภาคเอเชีย ทำให้หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน จึงทำให้หุ้นไทยยังไม่แพงเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่ม TIP ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
น.ส.จินตนา กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (พี/อี) ตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 14 เท่า ขณะที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อยู่ที่ 18 เท่า อีกทั้งแนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยสูงกว่า โดยคาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 10% ขณะที่บริษัทในตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เติบโตน้อยกว่า 10% จึงทำให้หุ้นไทยน่าสนใจมากกว่าตลาดหุ้นทั้งสองแห่ง
“จากสถานการณ์ในตอนนี้เราให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก ส่วนกลุ่มสื่อสารเราได้ลดน้ำหนักการลงทุนก่อนที่ คสช.จะประกาศเลื่อนการประมูล 4จี ออกไป เนื่องจากเรามองว่าหลังจากทรู คอร์ปอเรชั่น ขายหุ้นให้โมบายไชน่า จะทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมสูงขึ้น จึงปรับพอร์ตลงไปบ้าง” น.ส.จินตนา กล่าว
ด้าน น.ส.ณัชชา สุนทรธาราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า บลจ.ยูโอบี ยังเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลังต่อเนื่องถึงปีหน้า ด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการลงทุนของภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ การผลักดันงบค้างจ่ายต่างๆ ซึ่งจะสนับสนุนภาพรวมเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2558 จะเติบโต 5.5% เทียบกับ 1.5% ในปีนี้
นอกจากนี้ คาดการณ์กำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในปี 2558 จะเพิ่มขึ้นโดยเติบโตในอัตรา 1520% อีกทั้งยังมีเงินลงทุนต่างชาติกลับเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นไทยเติบโตได้
น.ส.ณัชชา กล่าวอีกว่า บลจ.ยูโอบี เล็งเห็นโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นไทยจึงนำเสนอกองทุนเปิดไทย ทริกเกอร์ 3% พลัส 3% (2) (T3P3 (2)) เสนอขายครั้งแรกและครั้งเดียวในวันที่ 2529 ก.ค. 2557 โดยกองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ 2 ครั้ง ครั้งละ 3%
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า เอ็มเอฟซีเสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สมาร์ท อินเวสเมนท์ ซีรี่ส์ 5 อี 1 (SI5E1) ซึ่งลงทุนได้ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยุโรป โดยขึ้นกับสภาวะตลาดของแต่ละประเทศ มีสัดส่วนลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยตั้งเป้าหมายเลิกกองทุนไม่น้อยกว่า 10% ภายใน 10 เดือนเนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยและยุโรปฟื้นตัว
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทบริหารกองทุนทริกเกอร์หุ้นไทยผลตอบแทนเข้าเป้าหมาย 2 กองในวันเดียวกัน ได้แก่ กองทุนเปิดทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 11 กำหนดเป้าหมายเลิกโครงการไว้ที่ 8% โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย ณ วันที่ 23 ก.ค. 2557 อยู่ที่ 10.8481 บาท/หน่วย
กองทุนเปิดทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ไดนามิก ทริกเกอร์ 10% #1 ผลตอบแทนถึงเป้าหมายแรก 5% มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย ณ วันที่ 23 ก.ค. 2557 อยู่ที่ 10.5796 บาท/หน่วย ซึ่งเข้าเงื่อนไขการจ่ายคืนผลตอบแทนครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนทิสโก้เวลธ์ ยังคงให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก เนื่องจากดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นเข้าใกล้เป้าหมายของปีนี้ที่ 1,590 จุด ทำให้ราคาหุ้นแพงและแทบไม่มีอัพไซด์แล้ว โดยแนะนำตลาดหุ้นเอเชียเหนือ ได้แก่ เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน และฮ่องกง ซึ่งยังมีพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง







