posttoday
ระบบสถาบันการเงินไทยหลังวิกฤต40กับการป้องกันเงินฝากผ่านการให้สินเชื่อ

ระบบสถาบันการเงินไทยหลังวิกฤต40กับการป้องกันเงินฝากผ่านการให้สินเชื่อ

28 กรกฎาคม 2557

ที่ผมเขียนไว้เป็นหัวข้อของบทความครั้งนี้ ก็ด้วยความตั้งใจที่จะเล่าความต่อเนื่องจากบทความคราวก่อนที่กล่าวถึงว่า เครดิตบูโรเกิดมาเพื่อป้องกัน NPL และอยู่เพื่อความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน...เราจะได้ไม่เจ็บเหมือนที่ผ่านมา ผมอยากจะย้อนเวลาให้ท่านผู้อ่านได้ระลึกไปในอดีตว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน หรือก่อนปี 2540 นั้น การให้สินเชื่อสถาบันการเงินจะยึดโยงกับพื้นที่ผ่านความรู้ความสามารถของผู้จัดการสาขาเป็นหลัก มีการกระจายอำนาจในการอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้มีอำนาจระดับภาค ระดับเขตที่ค่อนข้างสูง ผู้จัดการสาขาจะรู้จักลูกค้า มีการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า บางท่านจะเป็นเหมือนเทพในพื้นที่ เพราะมีอำนาจในการจัดสรรและกระจายทุนให้คนไปทำมาหากินผ่านเงินกู้เงินให้สินเชื่อ การจะนับว่าลูกค้าเป็นหนี้เสียหรือไม่ต้องมีการค้างชำระเป็นปี ไม่ใช่ 3 เดือนอย่างในปัจจุบัน การติดต่อประสานงานไม่ได้รวดเร็วแบบ “บัดเดี๋ยวนี้” เช่นปัจจุบัน ดังนั้นเกณฑ์การพิจารณาจึงยึดกับเรื่องความคุ้มค่า หรือมูลค่าของหลักประกันมาเป็นลำดับแรก จนมีคำกล่าวว่า “No Land No Loan” ลำดับที่สองก็จะพิจารณาเรื่องโครงการหรือรายได้ที่จะมาชำระหนี้ที่เรียกว่าก

ที่ผมเขียนไว้เป็นหัวข้อของบทความครั้งนี้ ก็ด้วยความตั้งใจที่จะเล่าความต่อเนื่องจากบทความคราวก่อนที่กล่าวถึงว่า เครดิตบูโรเกิดมาเพื่อป้องกัน NPL และอยู่เพื่อความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน...เราจะได้ไม่เจ็บเหมือนที่ผ่านมา ผมอยากจะย้อนเวลาให้ท่านผู้อ่านได้ระลึกไปในอดีตว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน หรือก่อนปี 2540 นั้น การให้สินเชื่อสถาบันการเงินจะยึดโยงกับพื้นที่ผ่านความรู้ความสามารถของผู้จัดการสาขาเป็นหลัก มีการกระจายอำนาจในการอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้มีอำนาจระดับภาค ระดับเขตที่ค่อนข้างสูง ผู้จัดการสาขาจะรู้จักลูกค้า มีการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า บางท่านจะเป็นเหมือนเทพในพื้นที่ เพราะมีอำนาจในการจัดสรรและกระจายทุนให้คนไปทำมาหากินผ่านเงินกู้เงินให้สินเชื่อ การจะนับว่าลูกค้าเป็นหนี้เสียหรือไม่ต้องมีการค้างชำระเป็นปี ไม่ใช่ 3 เดือนอย่างในปัจจุบัน การติดต่อประสานงานไม่ได้รวดเร็วแบบ “บัดเดี๋ยวนี้” เช่นปัจจุบัน ดังนั้นเกณฑ์การพิจารณาจึงยึดกับเรื่องความคุ้มค่า หรือมูลค่าของหลักประกันมาเป็นลำดับแรก จนมีคำกล่าวว่า “No Land No Loan” ลำดับที่สองก็จะพิจารณาเรื่องโครงการหรือรายได้ที่จะมาชำระหนี้ที่เรียกว่าการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ ลำดับที่สามคือระดับความลึกของความสัมพันธ์ เช่น เป็นลูกค้ากันมานานมากตั้งแต่รุ่นพ่อที่ต่อยอดมาถึงรุ่นลูก การเป็นที่นับหน้าถือตา การมีชื่อเสียงในพื้นที่ เป็นหลัก

การที่จะรู้ลึกลงไปในระดับพฤติกรรมการชำระหนี้ว่า เป็นคนที่จ่ายครบ จ่ายตรงทุกงวด ทุกสัญญา เป็นคนที่ไม่เหนียวหนี้ มีประวัติการชำระที่ดี หรือมีประวัติการค้างชำระตามที่เกิดขึ้นจริง จะเป็นข้อมูลระดับที่ต้องสืบกันเรียกได้ว่าเป็นข้อมูลวงในของวงการค้า วงการธนาคารเลยทีเดียว การวัดสิ่งที่เรียกว่า “ความตั้งใจในการชำระหนี้” แทบจะทำกันไม่ได้หรือไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่สินเชื่อสมัยนั้นต้องอาศัยการสัมภาษณ์ การแสวงหาข้อมูลจากพื้นที่ การมีความสัมพันธ์กับต่างสถาบัน ข้อมูลที่แลกเปลี่ยนก็ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด ที่เพื่อนในวงการบอกว่าเป็นลูกค้าดีเพราะต้องการจะให้เราแย่งไป เนื่องจากเริ่มมีปัญหาใช่หรือไม่ เพราะถ้าเป็นลูกค้าดีทำไมไม่หวง ไม่รักษา แต่ถ้าบอกว่าไม่ค่อยดี ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง สับขาหลอกหรือเปล่า ไปรู้ความจริงอีกทีก็ตอนประชุมเจ้าหนี้หลังจากปัญหาหนี้สินได้แตกออกมา หรือได้ตีแผ่ออกมาหลังดำเนินการทางกฎหมายไปแล้ว ดังนั้นหากท่านผู้อ่านยังจำได้ก็จะพบว่าบางบริษัทมีทุนเพียงไม่กี่ร้อยล้านกลับก่อหนี้ได้หลายๆ พันล้าน ผลคือ ระบบสถาบันการเงินหลังปี 2540 จึงมีหนี้เสียกว่า 40-50% ไม่พังก็ให้รู้ไป ยากที่จะมีสถาบันการเงินจะอยู่รอด หากไม่เข้มแข็ง หากทุนไม่หนาพอ

การรู้จักตัวตนของคนที่มาขอกู้ บริษัทที่มาขอกู้ ที่มาที่ไปของรายได้ ความแน่นอนของรายได้ ความเพียงพอของเงินสดที่หมุนเวียนในกิจการ ขีดความสามารถในการก่อหนี้ ภาระหนี้ต่อเดือนเทียบกับรายได้ ประวัติการชำระหนี้ในทุกบัญชีที่มีกับสถาบันการเงินในระบบเป็นรายเดือนในช่วงเวลาที่ยาวนานพอจะเห็นนิสัย พฤติกรรม ทั้งช่วงที่เศรษฐกิจดี เศรษฐกิจแย่ ข้อมูลเหล่านี้จะฟังจากคำบอกเล่าและเอกสารของลูกค้าอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ต้องมีการนำเอาข้อมูลมารวมไว้แล้วแบ่งปันกันอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน สอดคล้องกับความเป็นจริง ความครบถ้วน และความทันสมัย ข้อมูลที่สะท้อนความตั้งใจในการชำระหนี้จึงต้องมีองค์กรเข้ามารับผิดชอบและองค์กรนั้นชื่อ เครดิตบูโร นั่นเอง

ถามว่าเมื่อมีปราการนี้เพิ่มขึ้นแล้วพร้อมๆ กับการยกมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อ การแยกผู้หาลูกค้ากับคนวิเคราะห์ลูกค้าจะทำให้การสอบยันข้อมูลดีขึ้นใช่ไหม มีการบริหารความเสี่ยงในมิติต่างๆ การคิดดอกเบี้ยตามความเสี่ยง การป้องกันบุคคลหรือธุรกิจประเภท ไม่กลัว ไม่มี ไม่หนี ไม่ให้ ถึงมีเงิน ก็ไม่ใช้หนี้ อยากได้คืนไปฟ้องเอา อยากได้เงินคืนก็ลดหนี้มาก่อนประเภทกู้ไป 100 บาท ขอจบขอเคลียร์ที่ 50 บาท ท่านว่าปราการนี้จะช่วยคุ้มครองคนที่ฝากเงินและทำให้คนที่บริหารเงินระมัดระวังใช่หรือไม่ หากเราเป็นคนกำลังจะกู้ยืมเงิน กำลังอยากได้เงินกู้ จะเอามาทำอะไรก็แล้วแต่ ลองสวมหัวใจของคนเป็นเจ้าของเงินฝาก เป็นคนกลางที่พิจารณา เอาอย่างใจเป็นกลางมีเหตุผล ท่านว่าระบบสถาบันการเงินเราต้องมีปราการแบบนี้หรือไม่ อย่าลืมว่าเราได้เดินผ่านปีแห่งการเผาจริงและเผาหลอกมาแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน...อย่าให้ฝันร้ายกลับมาอีกเลยครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน