
แกรมมี่ขายเพย์ทีวีหยุดขาดทุน
วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) และบริษัท ซีทีเอช (CTH) ลงนามในสัญญาข้อตกลงรวมบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี (GMM B) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ GRAMMY ที่ทำธุรกิจเพย์ทีวีกับบริษัท ซีทีเอช แอล ซี โอ โดยซีทีเอช แอล ซีโอ จะเข้าถือหุ้น 100% ใน GMM B ขณะที่บริษัท แซท เทรดดิ้ง ในเครือ GRAMMY จะเข้าถือหุ้น 10% ใน CTH ซึ่งจะทำให้ CTH เป็นบริษัทแม่ในการดำเนินธุรกิจเพย์ทีวีของทั้ง GMM B และซีทีเอช แอล ซี โอ พร้อมแถลงข่าวและพบนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดย GRAMMY ให้ความหวังว่าผลงานในปี 2557 มีโอกาสหยุดการขาดทุนแล้ว หลังต้องแบกภาระขาดทุนธุรกิจเพย์ทีวี
วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) และบริษัท ซีทีเอช (CTH) ลงนามในสัญญาข้อตกลงรวมบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี (GMM B) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ GRAMMY ที่ทำธุรกิจเพย์ทีวีกับบริษัท ซีทีเอช แอล ซี โอ โดยซีทีเอช แอล ซีโอ จะเข้าถือหุ้น 100% ใน GMM B ขณะที่บริษัท แซท เทรดดิ้ง ในเครือ GRAMMY จะเข้าถือหุ้น 10% ใน CTH ซึ่งจะทำให้ CTH เป็นบริษัทแม่ในการดำเนินธุรกิจเพย์ทีวีของทั้ง GMM B และซีทีเอช แอล ซี โอ พร้อมแถลงข่าวและพบนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดย GRAMMY ให้ความหวังว่าผลงานในปี 2557 มีโอกาสหยุดการขาดทุนแล้ว หลังต้องแบกภาระขาดทุนธุรกิจเพย์ทีวี
ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มงานแพลตฟอร์ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท ในเครือ GRAMMY เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 บริษัทจะยังมีผลขาดทุนอยู่ เนื่องจากต้องแบกรับภาระขาดทุนธุรกิจเพย์ทีวีของ GMM B แต่ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ไม่ต้องรับผลขาดทุนอีกแล้ว ส่วนทั้งปี 2557 GRAMMY จะพลิกเป็นกำไรหรือไม่ยังไม่ฟันธง เพราะไตรมาสแรกมีผลขาดทุน 791 ล้านบาท และไตรมาส 2 ยังต้องแบกรับผลขาดทุนธุรกิจเพย์ทีวีอยู่ แต่จะไปลุ้นไตรมาส 3 ที่เชื่อว่าผลการดำเนินงานจะดีขึ้น เพราะธุรกิจเดิมของบริษัททั้งมีเดียและเพลงนั้นในภาพรวมเติบโตได้ดี และยังไม่ต้องรับผลขาดทุนของ GMM B แล้ว แต่เชื่อว่าจะไปส่งผลดีในปี 2558 อย่างเต็มที่
สำหรับการที่บริษัท แซท เทรดดิ้ง เข้าไปถือหุ้นของ CTH ในสัดส่วน 10% นั้น ถือว่าคุ้มค่าการลงทุนในอนาคต แม้ CTH จะมีผลขาดทุนอยู่ก็ตาม แต่ตามมาตรฐานบัญชีไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนเข้ามา อีกทั้งจะทำให้ธุรกิจเพย์ทีวีมีฐานลูกค้าใหญ่ขึ้นเป็น 5 ล้านกล่อง และช่วยลดต้นทุนในการบริหารงานได้มาก ซึ่งน่าจะทำให้ธุรกิจเพย์ทีวีสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต
“การร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ CTH ครั้งนี้เป็นอินเวสต์เมนต์ที่คุ้มค่าการลงทุน เพราะหลังควบรวมแล้วมาร์เก็ตแชร์ของ GMM B ในธุรกิจเพย์ทีวีน่าจะมีประมาณครึ่งหนึ่งของตลาดรวม จากเดิม 1 ส่วน 4 รวมทั้งช่วยลดต้นทุนบริหารงานในส่วนที่ทับซ้อน”
เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CTH กล่าวว่า CTH เตรียมนำ GMM B เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากแนวโน้มรายได้จะเติบโตเป็น 10 เท่าตัว จากปี 2556 ที่ GMM B มีรายได้ราว 600700 ล้านบาท แต่เชื่อว่าสิ้นปีนี้รายได้น่าจะเติบโตก้าวกระโดดไปที่ 6,0007,000 ล้านบาท เพราะกลยุทธ์การขายกล่องรับสัญญาณเพย์ทีวีในปีนี้มีหลายช่องทาง ทั้งการขายผ่านตัวแทนขายและพันธมิตรทางธุรกิจ เมื่อรวมกันแล้วจะสามารถกระจายสินค้าได้มากขึ้นและมีกำลังต่อรองมากขึ้นด้วย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต อยู่ระหว่างการทวนคำแนะนำและราคาเป้าหมายหุ้น GRAMMY จากเดิมแนะนำให้ขาย แต่การแลกหุ้นกับ CTH ครั้งนี้ แม้ว่าจะดี แต่ GRAMMY มีภาระหนี้สูงและยังมีความเสี่ยงที่จะต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน
บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำให้ “ซื้อเก็งกำไร” โดยให้ราคาเป้าหมายที่อิงกับแนวต้านเดิม (19 ธ.ค. 2556) บริเวณ 19.40 บาท
ราคาหุ้น GRAMMY ตอบรับทางบวกอย่างมากต่อข่าวการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเพย์ทีวีกับ CTH
ส่วนมุมมองในเชิงปัจจัยพื้นฐาน คาดว่าจะเป็นภาพการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานของ GRAMMY ที่ต่อเนื่อง จากขาดทุนมากๆ เป็นขาดทุนลดลง จนกลับสู่ระดับที่มีกำไรต่อไปในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้า
“คาดเบื้องต้นว่าผลการดำเนินงานของ GRAMMY ในครึ่งแรกปีนี้ จะมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ระดับ 2,000 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังจะมีผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงจากการเป็นพันธมิตรกับ CTH”
วันที่ 23 ก.ค. หลัง GRAMMY ปลดเครื่องหมาย H ซื้อขายหุ้นตามปกติ เปิดด้วยราคา 18.20 บาท และขึ้นไปถึง 18.60 บาท ก่อนปิดที่ระดับ 17.70 บาท เท่ากับวันก่อน







