
SCCเพิ่มงบลงทุน
แผน5ปีบุกอาเซียนเขย่งเป้ายอดขายปีนี้ไทยคมขายหุ้นกู้2.8พันล้านคืนหนี้ลดต้นทุน
แผน5ปีบุกอาเซียนเขย่งเป้ายอดขายปีนี้ไทยคมขายหุ้นกู้2.8พันล้านคืนหนี้ลดต้นทุน
ปูนซิเมนต์ไทยปรับเพิ่มยอดขายปีนี้และแผนลงทุน 5 ปี ส่วนไทยคมขายหุ้นกู้ไทยคืนหนี้นอกลดต้นทุน
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดเผยว่า ในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้าบริษัทจะมีการปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายในปี 2557 จากเดิมที่วางไว้ที่ 4.76 แสนล้านบาท เนื่องจากธุรกิจในต่างประเทศดีขึ้น ทั้งฐานการส่งออกในปีนี้ที่น่าจะมีสัดส่วนต่อยอดขายเพิ่มเป็น 27-28% จากปีก่อน 26%
ขณะที่ฐานธุรกิจในภูมิภาคนี้ ประกอบด้วย พม่า ลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย น่าจะมีสัดส่วนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 9% และสัดส่วนยอดขายจากฐานธุรกิจในประเทศน่าจะลดลงจากปีก่อนที่ 65% นอกจากนั้นธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50% ยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดีตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี ปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศปีนี้น่าจะมีการเติบโตที่ประมาณ 01% ซึ่งลดลงจากที่เคยประเมินไว้ที่ระดับ 04% โดยในไตรมาสแรกเติบโตประมาณ 4% ขณะที่ไตรมาส 3 น่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนหรือไม่โตเลย
“ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 นี้ ยังไม่น่าจะมีโครงการลงทุนจากภาครัฐที่จะสนับสนุนปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้น โดยภาพรวมพบว่าความต้องการใช้ในภาคกลางโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ยังเติบโตเพราะรับผลดีจากโครงการลงทุนเดิม เช่น โครงการรถไฟฟ้าและศูนย์การค้า แต่ในต่างจังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสานปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์น่าจะติดลบ เพราะปีงบประมาณรายจ่ายปี 2557 จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.นี้ แต่ยังไม่มีโครงการใหม่ออกมาคงต้องรอในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นปีงบประมาณใหม่ จึงเสนอให้รัฐบาลควรเร่งการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ เพื่อลงทุนในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ” นายกานต์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะทบทวนปรับเพิ่มงบลงทุนรวม 5 ปี (2557-2561) จากเดิมที่วางไว้ที่ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท โดยมีแผนที่จะใช้เงินลงทุนธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ตัวเลขการปรับเพิ่มเป้ายอดขายและงบลงทุน 5 ปี จะต้องเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติก่อน
สำหรับความคืบหน้าการลงทุนโครงการปิโตรคอมเพล็กซ์ในประเทศเวียดนาม นายกานต์ กล่าวว่า อาจจะเลื่อนจากปลายปีนี้ไปเป็นต้นปี 2558 เนื่องจากมีความล่าช้าในเรื่องการหาแหล่งเงินลงทุน เพราะถือเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่รวมถึงในประเทศเวียดนาม มีการแก้ไขกฎหมายในการรับงานประมูลโครงการของผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้บริษัทได้มีการหาผู้รับเหมาไว้แล้ว
ทั้งนี้ บริษัทจะเร่งดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจากแนวโน้มต้นทุนในการลงทุนมีโอกาสจะเพิ่มสูงขึ้นและมีโอกาสที่มูลค่าการลงทุนจะสูงขึ้นจากที่เคยประเมินไว้ที่ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ
ด้าน บริษัท ไทยคม (THCOM) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า ในช่วงประมาณเดือน ก.ย.นี้ บริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินบาทมูลค่าประมาณ 90 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,800 ล้านบาท ขายให้นักลงทุนในประเทศทั้งจำนวน
บริษัทจะนำเงินไปชำระเงินลงทุนดาวเทียมไทยคม 7 ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมต้นทุนดอกเบี้ยอายุ 15 ปี ประมาณ 170 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงจากเดิมที่ประมาณ 10% เหลือประมาณ 45% และยังแปลงหนี้สกุลเหรียญสหรัฐส่วนหนึ่งเป็นเงินบาท จะช่วยลดผลกระทบด้านความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
ปัจจุบันไทยคม 7 มียอดขายล่วงหน้าแล้วประมาณ 50% ซึ่งผ่านจุดคุ้มทุนที่ระดับ 30% โดยมีแผนจะยิง ขึ้นสู่วงโคจรในช่วงปลายเดือน ส.ค. หรือต้นเดือน ก.ย.ปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งจะจ่ายส่วนแบ่งรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายลดลงเหลือเพียง 5.25% ต่อปี จากระบบสัมปทานที่ต้องจ่ายในอัตรา 20.5% ของรายได้
สำหรับรายได้ในปี 2557 มั่นใจว่าจะเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 18% เนื่องจากขายช่องสัญญาณของดาวเทียมไอพีสตาร์สิ้นปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 60% และรับรู้รายได้จากดาวเทียมไทยคม 6 เต็มปี







