
4 ยักษ์ชิงตลาดเกลือแร่สปอนเซอร์ชูมัลติแพ็กรั้งบัลลังก์
กลายเป็นตลาดเครื่องดื่มที่ร้อนแรงและแข่งขันกันอย่างรุนแรงไม่แพ้ชาเขียวพร้อมดื่ม
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
กลายเป็นตลาดเครื่องดื่มที่ร้อนแรงและแข่งขันกันอย่างรุนแรงไม่แพ้ชาเขียวพร้อมดื่ม สำหรับเครื่องดื่มเกลือแร่ เพราะแค่ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา 4 ค่ายเครื่องดื่มรายใหญ่อย่างเสริมสุข สิงห์ คอร์เปอเรชั่น คาราบาวแดง และอาเจ บิ๊กโคล่า ต่างพร้อมใจปลุกปั้นแบรนด์เครื่องดื่มเกลือแร่น้องใหม่ เปิดศึกชิงส่วนแบ่งตลาดจากสปอนเซอร์
ปริญญา เพิ่มพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการขาย บริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเกลือแร่พาวเวอร์ พลัส เปิดเผยว่า ตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีการเติบโตที่ดี จากกระแสการออกกำลังกายที่มาแรง โดยเฉพาะการขี่จักรยาน เข้าฟิตเนส เล่นโยคะของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเครื่องดื่มเกลือแร่เป็นฟังก์ชั่นนัลดริงค์ที่เหมาะสำหรับผู้เสียเหงื่อจากการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ทั้งนี้ สภาพตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผ่านมามีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดมีมูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท ทำให้ค่ายเครื่องดื่มเข้ามาทำตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่เพิ่มขึ้น ล่าสุดค่ายน้ำอัดลม อาเจ บิ๊กโคล่า เปิดตัวเครื่องดื่มเกลือแร่สปอเรท ภายใต้คอนเซปต์ “เพราะชีวิตคือการแข่งขัน” ในบรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ท ขนาด 350 มล. ราคา 13 บาท และเริ่มจำหน่ายแล้ว
สำหรับการทำตลาดของพาวเวอร์ พลัส เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายมากกว่าจะเป็นกลุ่มผู้เสียเหงื่อจากการใช้แรงงาน และอยู่ระหว่างการวางแผนออกบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายกลุ่มคนรุ่นใหม่ แม้ว่าขวดแก้วยังเป็นตลาดใหญ่ และมีอัตราการเติบโตดีก็ตาม โดยปีแรกตั้งเป้าพาวเวอร์ พลัส มีส่วนแบ่งมากกว่า 5%
ขณะที่การเคลื่อนไหวของสปอนเซอร์ ผู้นำตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ ดำเนินกลยุทธ์มัลติแพ็ก หรือมีบรรจุภัณฑ์หลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ออกกำลังกาย อาทิ ออกกระป๋องสลีคแคน หรือกระทั่งเครื่องดื่มเกลือแร่บรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ท และวางตำแหน่งเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล จากก่อนหน้านี้สปอนเซอร์มีความแข็งแกร่งในตลาดขวดแก้วอยู่แล้ว รวมทั้งสื่อสารผ่านโฆษณาว่าเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่อันดับ 1 ของประเทศ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด
ด้าน รติ พันธุ์ทวี ผู้อำนวยการบริหาร ประจำสำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเกลือแร่ซันโว กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังบริษัทได้เปิดตัวซันโวรสชาติใหม่บลูพันช์ ซึ่งเป็นรสชาติที่ 3 ออกมาสร้างสีสันและความแปลกใหม่ให้กับตลาด และสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ จากที่ผ่านมาเครื่องดื่มเกลือแร่จะเป็นสีเหลืองรสออริจินัล นอกจากนี้ยังรองรับกับการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงจากคู่แข่งรายใหม่ที่มากขึ้น
“ซันโวจะมุ่งเน้นเจาะกลุ่มฐานลูกค้าผู้ใช้แรงงานหรือกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าจะเป็นผู้ที่ออกกำลังกาย เพราะกลุ่มผู้ใช้แรงงานเป็นตลาดใหญ่กว่า ส่วนกลุ่มผู้ออกกำลังกายส่วนใหญ่จะเป็นคนเมือง และยังเป็นประชากรส่วนน้อย แต่ก็เป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตจากกระแสการออกกำลังกายมาแรง” รติ กล่าว
ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่มูลค่า 5,000 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะเติบโต 10% จากคู่แข่งรายใหม่เข้ามาทำตลาด หลังจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ตลาดได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศหนาว และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้แทบไม่เติบโต ซึ่งปัจจุบันขวดแก้วยังเป็นตลาดใหญ่ในสัดส่วน 8090% เพราะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านความสดชื่นมากกว่า ส่วนกระป๋องและขวดเพ็ทมีสัดส่วนเพียง 10% แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายคนรุ่นใหม่
ในส่วนงบการตลาดซันโว รติ กล่าวว่า ปีนี้ใช้สูงถึง 60 ล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้น และหลังจากเปิดตัวแคมเปญโปรโมชั่นชิงโชคในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ผ่านมา มีผู้ส่งฝามาร่วม 1 ล้านฝา ส่งผลให้ยอดขายของซันโวเติบโต และการรับรู้ของแบรนด์เพิ่มขึ้น สิ้นปีตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 5% เป็น 8% รั้งอันดับ 3 ของตลาด จากปัจจุบันสปอนเซอร์เป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งตลาด 80% ตามด้วยเอ็มสปอร์ต 12% และเกเตอเรด 3%
เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท คาราวบาว กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเกลือแร่สตาร์ท พลัส ซิงค์ กล่าวว่า การทำตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ซึ่งมีผู้นำตลาดที่แข็งแกร่ง จำเป็นต้องสร้างความแตกต่าง สำหรับเครื่องดื่มเกลือแร่สตาร์ท พลัส ซิงค์ ได้สร้างมูลค่าเพิ่มมีซิงค์เป็นจุดขาย เจาะทั้งกลุ่มผู้ออกกำลังและผู้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ภายใต้งบการตลาด 100 ล้านบาท อีกทั้งมีแผนจะเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะสลีคแคน สำหรับเป้าหมายปีแรก สตาร์ท พลัส ซิงค์ ต้องการมีส่วนแบ่งตลาด 10% และหวังขึ้นเป็นอันดับ 2 ในอนาคต
จากการสำรวจตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่จะแปรผันไปตามจำนวนประชากรของแต่ละภาค โดยผู้ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่กระจายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสัดส่วน 33% ภาคกลาง 27% ภาคเหนือ 19% กรุงเทพฯ กับปริมณฑล 11% และภาคใต้ 10% นอกจากนี้ยังพบว่าฐานผู้ดื่มค่อนข้างกว้างระหว่าง 15-50 ปี
ที่ผ่านมา สปอนเซอร์แทบจะครองตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่แบบเบ็ดเสร็จ แต่จากสภาพตลาดที่เติบโต ยั่วยวนให้ค่ายเครื่องดื่มต่างโดดลงเล่นในสมรภูมิ โดยเฉพาะยักษ์ที่มีระบบการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่งทั้งจากสิงห์ คอร์เปอเรชั่น เสริมสุข คาราบาวแดง ต้องจับตากลยุทธ์ป้องบัลลังก์ของสปอนเซอร์ให้ดี จากที่ผ่านมาตอกย้ำด้วยการอัดโปรโมชั่นชิงโชค และกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของแบรนด์







