
แนะแก้กฏกระทรวงเข้มจูงใจปรับโครงสร้างแผ่นดินไหว
เหตุการณ์แผ่นดินไหวเริ่มเข้ามาใกล้ตัว เป็นปัญหาใหญ่ใกล้ตัวเข้ามาทุกทีกับคนเมือง อย่างในกรุงเทพฯ
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
เหตุการณ์แผ่นดินไหวเริ่มเข้ามาใกล้ตัว เป็นปัญหาใหญ่ใกล้ตัวเข้ามาทุกทีกับคนเมือง อย่างในกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับรอยเลื่อน จ.กาญจนบุรี ประเทศพม่า และทะเลอันดามัน ซึ่งกาญจนบุรีคือบริเวณรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ เคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงสุด 7.5 ริกเตอร์ แต่ก็ยังห่างจากกรุงเทพฯ กว่า 200 กม. ขณะที่รอยเลื่อนในทะเลอันดามันกลับสร้างปัญหาความโยกไหวของอาคารในกรุงเทพฯ มากที่สุด
รศ.อมร พิมานมาศ กรรมการสภาวิศวกร และกรรมการสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยีโยธา สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กรุงเทพฯ มีความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว ขณะที่กฎกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ปี 2550 นั้น วิศวกรต้องออกแบบอาคารให้รับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวได้ในพื้นที่ดังนี้ คือ
“บริเวณเฝ้าระวัง” ซึ่งพื้นที่หรือบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ได้แก่ จ.กระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี รวม 7 จังหวัด “บริเวณที่ 1” คือพื้นที่ที่เป็นดินอ่อนมากที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวม 5 จังหวัด “บริเวณที่ 2” คือพื้นที่ที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ จ.กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน รวม 10 จังหวัด ซึ่งความรุนแรงของแผ่นดินไหวจะต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่อยู่ใกล้จุดที่เกิดแผ่นดินไหวแค่ไหน ถ้าใกล้มากก็จะรุนแรงมาก ความเสียหายก็จะมากด้วย
ที่ผ่านมากฎกระทรวงฉบับดังกล่าวกำหนดให้อาคารที่สูงกว่า 15 เมตรขึ้นไป ต้องสามารถต้านทานแผ่นดินไหว แต่ต่อไปควรจะต้องมีการแก้ไขให้ครอบคลุมอาคารทุกประเภท รวมไปถึงอาคารโรงงานอุตสาหกรรม เพราะมีความเสี่ยงผลกระทบแรง
รศ.เป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) หัวหน้าชุดโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าจำนวนอาคารสูงในกรุงเทพฯ ที่มีความสูงตั้งแต่ระดับ 1288 ชั้น มีจำนวน 1,434 อาคาร โดยมีมูลค่าเฉลี่ยของอาคาร 5001,700 ล้านบาท/อาคาร และมีผู้อยู่อาศัยจำนวน 6001,900 คน/อาคาร
สำหรับความเสียหายของโครงสร้างที่เกิดจากแผ่นดินไหวสามารถจำแนกได้เป็น 4 ระดับคือ ระดับที่ 1 เล็กน้อย เกิดรอยร้าวในผนังเท่านั้น ระดับที่ 2 ปานกลาง เกิดรอยร้าวในโครงสร้าง เช่น คานและเสา ระดับที่ 3 มาก รอยร้าวเกิดกระจายไปทั่ว คอนกรีตกะเทาะหลุดออกมา เหล็กเสริมเสียรูป ดุ้งหรือขาด ระดับที่ 4 โครงสร้างพังถล่มโดยสิ้นเชิง
ความเสียหายระดับที่ 1 และ 2 สามารถซ่อมแซมได้ โดยใช้ปูนเกร๊าทอัดหรือฉีดเข้าไปในรอยร้าวหรือฉีดด้วยกาวอีพ็อกซี่ ส่วนระดับที่ 3 ให้พิจารณาว่าคอนกรีตกะเทาะหลุดร่วงออกมา หากเหล็กเสริมยังไม่บิดเบี้ยวเสียรูป ยังถือว่าซ่อมได้ โดยการผสมปูนซีเมนต์กับทรายและน้ำให้หมาดๆแล้วนำไปฉาบหรืออุดบริเวณคอนกรีตที่กะเทาะหลุดออกมา แต่หากเหล็กเสริมดุ้ง ผิดรูปอย่างมากหรือเหล็กเสริมขาด แปลว่าโครงสร้างใช้งานไม่ได้แล้ว ต้องทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ ส่วนระดับที่ 4 ซึ่งเป็นระดับที่โครงสร้างพังถล่มอย่างสิ้นเชิง ก็ไม่สามารถซ่อมและใช้งานได้อีกต่อไป ต้องรื้อซากอาคารทิ้งแล้วก่อสร้างใหม่จะดีที่สุด
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเสาเป็นโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของอาคาร เพราะเสาเป็นโครงสร้างที่รองรับน้ำหนักของอาคารทั้งหลัง ดังนั้นความแข็งแรงของเสาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของอาคารในการต้านแผ่นดินไหวแต่สำหรับอาคารเก่าที่ก่อสร้างมานานแล้ว เสาอาจจะมีกำลังรับน้ำหนักไม่พอ จึงต้องหาแนวทางเสริมความแข็งแรงให้แก่เสาอาคารต่อไป
ปัจจุบันประเทศไทยไม่อาจจัดอยู่ในเขตที่ปลอดจากแผ่นดินไหวได้เช่นแต่กาลก่อน เนื่องจากมีหลักฐานระบุว่าไทยเคยได้รับผลกระทบจากแผ่นไหวขนาดปานกลางจนถึงขนาดใหญ่มาแล้วหลายครั้ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายในภาคต่างๆ ของประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันตก จึงจำเป็นจะต้องมีความรู้และป้องกันความเสี่ยงอาคารเพื่อรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน







