posttoday
รายย่อยแห่กู้กสิกรฯ

รายย่อยแห่กู้กสิกรฯ

24 กรกฎาคม 2557

เอสเอ็มอีลุยขอสินเชื่อเสริมสภาพคล่องเดือนมิ.ย.ทุบสถิติเพิ่มสูงสุดในรอบ2ปี

เอสเอ็มอีลุยขอสินเชื่อเสริมสภาพคล่องเดือนมิ.ย.ทุบสถิติเพิ่มสูงสุดในรอบ2ปี

ธนาคารกสิกรไทยปล่อยกู้เสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอีดีเกินคาด ทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ลูกค้าเอสเอ็มอี 143,403 ล้านบาท เติบโต 13.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเติบโต 4.8% จากสิ้นปี 2556 ในจำนวนนี้เป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่เฉพาะเดือน มิ.ย. 35,590 ล้านบาท นับเป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่ในหนึ่งเดือนที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปี

สำหรับสินเชื่อที่ขยายตัวส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ คิดเป็นสัดส่วน 24% ของวงเงินสินเชื่อใหม่ทั้งหมด

นายพัชร กล่าวว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง การจำนำข้าว และหนี้ครัวเรือนตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือนให้แก่ลูกค้า 534 ราย มียอดสินเชื่อรวม 10,981 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันลูกค้ากลุ่มนี้สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติแล้ว 449 ราย เป็นยอดสินเชื่อรวม 8,989 ล้านบาท คิดเป็น 82% ของยอดสินเชื่อที่ขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด

“3 มาตรการที่เราออกไป อย่างลดดอกเบี้ยกับยืดหนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเศรษฐกิจ แต่สำหรับมาตรการสินเชื่อนั้นมีขึ้นเพราะเรามั่นใจที่จะปล่อยหลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มดี การเมืองนิ่ง ซึ่งธนาคารไม่ได้ผ่อนปรนเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อ ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำงานหนักหาลูกค้าที่ตรงเกณฑ์ ดูธุรกิจที่ยังไปได้แต่ขาดเงินแค่ระยะสั้น” นายพัชร กล่าว

นายพัชร กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานลูกค้าเอสเอ็มอีในครึ่งปีหลัง ประเมินว่าความต้องการสินเชื่อจากเอสเอ็มอียังมีอยู่มาก แต่ธนาคารจะชะลอความร้อนแรงของสินเชื่อลงเพื่อไม่ให้เติบโตเกินเป้าหมาย 7% หรือปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีไม่เกิน 2.47 แสนล้านบาท โดยยังเน้นการดูแลลูกค้าเก่ามากกว่าหาลูกค้าใหม่ ธนาคารไม่ต้องการให้สินเชื่อขยายตัวมาก เพราะไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยง

อย่างไรก็ดี จากมาตรการลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าเอสเอ็มอีส่งผลให้อัตราผลตอบแทนในไตรมาส 2 ลดลง 0.2% เทียบกับไตรมาสแรก และลดลง 0.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนครึ่งปีหลังยอมรับว่าการจะเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กลับขึ้นมาเป็นไปได้ยาก ดังนั้น แนวทางหลักๆ คือ ต้องหาวิธีบริหารจัดการเพื่อไม่ให้รายได้ลดลง และพยายามไม่ให้อัตราผลตอบแทนลดลงไปมากกว่านี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำได้ เพราะรายได้รวมครึ่งปีแรกยังเติบโต 14.3% อยู่ที่ 19,498 ล้านบาท

สำหรับสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.66%ลดลงต่อเนื่องจากสิ้นปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 2.82% เชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีจะสามารถดูแลคุณภาพลูกหนี้เพื่อลดระดับอัตราเอ็นพีแอลให้เหลือ 2.62%ตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่เป้าหมายยอดสินเชื่อคงค้างเอสเอ็มอีสิ้นปีอยู่ที่ 553,448 ล้านบาท

นายพัชร กล่าวอีกว่า ธนาคารจะพยายามผลักดันให้ลูกค้าเอสเอ็มอีเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนการเงินเช่น การโอนเงินผ่านบัญชีแทนการใช้เงินสด เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าให้ความสำคัญกับการเดินบัญชี เพราะบางรายมีการเบิกเงินวันละ 10 ล้านบาทเพื่อนำไปจ่ายให้ลูกค้าหรือพนักงานในแต่ละวัน ซึ่งสุ่มเสี่ยงกับความผิดพลาดและยังเสียเวลา ยอมรับว่าเป็นเรื่องท้าทายแต่ธนาคารจะพยายามเข้าไปให้ความรู้และทำความเข้าใจโดยเฉพาะกับเอสเอ็มอีรายใหญ่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน