
ลูกค้าเฮ!!! คสช.จัดให้คุ้มครองหนี้ประกันถูกปิด
ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับประชาชนผู้ทำประกันภัยทั้งหลาย
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับประชาชนผู้ทำประกันภัยทั้งหลาย ที่จะได้รับการดูแลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพิ่มมากขึ้น
ซึ่งหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อนุมัติให้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันวินาศภัยฉบับใหม่ และร่าง พ.ร.บ.ประกันชีวิตฉบับใหม่แล้ว ก็จะส่งไม้ต่อให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่กำลังจะเกิดขึ้น พิจารณาอนุมัติต่อไป
เมื่อได้รับไฟเขียวจาก สนช. และออกประกาศราชกิจจานุเบกษาเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการทันที ซึ่งคาดว่าอย่างเร็วก็คงไม่เกินสิ้นปีนี้หรืออย่างช้าๆ ก็ประมาณต้นปีหน้า
นั่นเท่ากับว่า ต่อไปนี้หากมีบริษัทประกันแห่งไหนถูก คปภ.สั่งให้ปิดกิจการอีก ตัวกองทุนประกันวินาศภัยหรือกองทุนประกันชีวิตจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้เอาประกันด้วยการจ่ายเงินเบื้องต้นที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้กับผู้เอาประกันในฐานะเจ้าหนี้ของบริษัทประกันที่ถูกปิดไปได้ทันที จากเดิมที่เจ้าหนี้ทั้งหลายต้องรอจนสิ้นสุดกระบวนการฟ้องร้องล้มละลายถึงจะได้เงินคืน ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 67 ปีทีเดียว
ทั้งนี้ ทางกองทุนประกันวินาศภัยและกองทุนประกันชีวิตก็จะสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทนผู้เอาประกันภัยในการเรียกร้องรับหนี้คืนเท่ากับจำนวนเงินที่กองทุนได้จ่ายให้แก่เจ้าหนี้ผู้เอาประกันภัยและให้อำนาจกองทุนเป็นผู้ชำระบัญชีได้
สำหรับเจ้าหนี้เดิมของบริษัทประกันที่ถูก คปภ.สั่งปิดไปก่อนหน้านี้ สบายใจได้เมื่อ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะได้มีการระบุให้มีผลย้อนหลังไปถึงเจ้าหนี้เดิมด้วย ซึ่งปัจจุบันกองทุนประกันวินาศภัยมีเงินอยู่ 1,800 ล้านบาท และจะได้เพิ่มขึ้นอีก 2 ครั้ง/ปี จากเงินสมทบ 0.25% ของเบี้ยรับโดยตรงที่บริษัทประกันแต่ละแห่งขายได้
โดยขณะนี้บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย มีลูกหนี้อยู่ 1.3 หมื่นราย ยื่นขอรับหนี้ 1,300 ล้านบาท บริษัท เอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ มีลูกหนี้อยู่ 5,000 ราย ยื่นขอรับหนี้ 200 ล้านบาท บริษัท วิคเตอรี ประกันภัย มีลูกหนี้อยู่ 1,000 ราย ยื่นขอรับหนี้ 300 ล้านบาท ซึ่งทั้งสามบริษัทนี้มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน จึงต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องล้มละลายตามระเบียบ
ส่วนอีกบริษัท คือ ลิเบอร์ตี้ประกันภัย นั้น มีลูกหนี้อยู่ 1,000 ราย ยื่นขอรับหนี้ 300 ล้านบาท แต่เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน ทางเจ้าของบริษัทจึงขอใช้วิธีเจรจาประนอมหนี้แทน โดยไม่ยอมให้ถูกฟ้องล้มละลายเหมือนกับ 3 บริษัทแรก
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดผู้ที่ยื่นขอรับหนี้รวมกันของทั้ง 4 บริษัทจะมีมากถึง 2,100 ล้านบาท แต่ใช่ว่าทางกองทุน จะจ่ายชดเชยให้เต็มทั้งหมด เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของมูลหนี้ที่เกิดขึ้นด้วยว่าเป็นไปตามนั้นทั้งหมดหรือไม่
ดังนั้น ทาง คปภ.จึงคาดว่าเงินกองทุน ที่มีอยู่คงเพียงพออย่างแน่นอน ขอให้ผู้เอาประกันทั้งหลายสบายใจได้ ความสุขกำลังจะกลับมา เพียงแต่ต้องใช้เวลารอคอยอีกนิด ซึ่งก็ยังดีกว่าการรอแบบไร้จุดหมายเหมือนกับอดีตที่ผ่านมา







