
ธกส.ชงแก้กองทุนเกษตรช่วยอุ้มลูกหนี้นอกระบบ
ธ.ก.ส.เสนอ คสช.ขอแก้ระเบียบกองทุนช่วยแก้หนี้นอกระบบ ออกสินเชื่อกรีนเครดิตอุ้มเกษตรอินทรีย์
ธ.ก.ส.เสนอ คสช.ขอแก้ระเบียบกองทุนช่วยแก้หนี้นอกระบบ ออกสินเชื่อกรีนเครดิตอุ้มเกษตรอินทรีย์
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของ ธ.ก.ส. ว่าจากที่ได้ประชุมกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมกับกระทรวงการคลังและธนาคารออมสิน ในส่วนของ ธ.ก.ส.ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิม คือ ใช้กองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเสนอให้แก้ไขข้อจำกัดระเบียบในกองทุนให้มีการขยายขอบเขตกองทุนมากขึ้น
ทั้งนี้ จากปัจจุบันระเบียบกองทุนกำหนดให้ผู้ที่จะเข้ามาขอสินเชื่อกองทุนต้องมีที่ดินค้ำประกันหรือต้องมีสัญญาเช่าที่นา โดยจะได้เสนอให้มีการผ่อนปรนหลักประกัน โดยใช้หลักประกันอื่นได้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมกองทุนแล้ว 800 ราย เป็นจำนวนเงิน 233 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาจากการเปิดรับลงทะเบียนลูกค้าใหม่ 1.5 แสนราย พบว่ามีจำนวนถึง 1 แสนราย ที่แจ้งว่าไม่สามารถถึงแหล่งทุน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีเป็นหนี้นอกระบบ ซึ่ง ธ.ก.ส.เชื่อว่ากองทุนดังกล่าวจะเข้าช่วยเกษตรกรกลุ่มนี้ได้ ทั้งนี้จะต้องหารือกับปลัดกระทรวงการคลัง และนำเสนอ คสช.เพื่อเห็นชอบต่อไป
นายลักษณ์ กล่าวว่า ธ.ก.ส.ยังเตรียมออกโครงการสินเชื่อกรีนเพื่อสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ อัตราดอกเบี้ยต่ำ เงื่อนไขแบบผ่อนปรนให้เกษตรกร ชุมชน และสถาบันที่ร่วมกันผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารและคาดว่าจะสรุปได้ภายในเดือน ส.ค.นี้
สำหรับเบื้องต้นโครงการกรีนเครดิตจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.กลุ่มสินเชื่อให้กับบุคคลรายย่อยเพื่อการผลิต คิดดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยลบ (เอ็มอาร์อาร์) 2.กลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชน คิดอัตราดอกเบี้ยระดับลูกค้ารายใหญ่ (เอ็มแอลอาร์) ลบ ส่วนระยะเวลาปล่อยกู้นั้นขึ้นอยู่กับการผลิตของแต่ละราย เช่น ระยะสั้นจะออกให้เกษตรกรที่ทำการผลิตตามฤดูกาลผลิต ส่วนระยะยาวจะออกให้กับเกษตรกรที่ต้องใช้ขีดความสามารถในการลงทุนที่ต้องคืนทุนมากกว่า 5 ปีขึ้นไป







