
เชือดบิ๊กนิปปอนยักยอก179ล้าน
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้บริหาร NIPPON กรณีทุจริตต่อทรัพย์สินของบริษัท และสั่งการให้บริษัทจัดให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้บริหาร NIPPON กรณีทุจริตต่อทรัพย์สินของบริษัท และสั่งการให้บริษัทจัดให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ
ก.ล.ต. กล่าวโทษนายวิชัย ชัยสถาพร ประธานกรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการของ บริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เนื่องจากการทุจริต ยักยอกทรัพย์สินของบริษัท รวมเป็นเงินประมาณ 179.6 ล้านบาท และยังได้ปลอมแปลงเอกสารและลงบัญชีเป็นเท็จ โดยพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2551 - 2552 ซึ่งนายวิชัยเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานและได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของบริษัท
จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ภายหลังจากที่นายวิชัยได้มาสารภาพความผิดต่อ ก.ล.ต. พบว่า นายวิชัยกระทำผิดหน้าที่ โดยทุจริต เบียดบัง ยักยอกทรัพย์สินของบริษัทมาเป็นของตนเองและบุคคลอื่น กล่าวคือ นายวิชัยได้ปลอมแปลงเอกสารในการสั่งซื้อหลักทรัพย์ เพื่อลวงให้บริษัทจ่ายเงินออกจากบัญชีให้แก่ตนเองและบุคคลอื่น และได้ยักยอกหลักทรัพย์ของบริษัทไปเป็นของตน รวมทั้งยักยอกเงินค่าขายหน่วยลงทุนของบริษัทไปเป็นของตน ซึ่งทำให้ได้รับประโยชน์เป็นเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 179.6 ล้านบาท จนทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย การกระทำของนายวิชัยเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 มาตรา 307
มาตรา 308 มาตรา 311 และมาตรา 313 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ก.ล.ต. ยังตรวจพบว่า นายวิชัยปลอมแปลงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัท ทำให้บัญชีของบริษัทแสดงเงินลงทุนในหลักทรัพย์และบัญชีรายได้ไม่ตรงกับความเป็นจริงเพื่อลวงบุคคลอื่น ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้สั่งให้บริษัทจัดให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) โดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. เพื่อให้แน่ใจว่า งบการเงินของบริษัทแสดงฐานะการเงินที่แท้จริง และไม่มีรายการอื่นที่เป็นการทุจริตที่จะกระทบต่อสิทธิของผู้ลงทุน โดยบริษัทจะต้องนำส่งรายงานการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษต่อ ก.ล.ต. ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2553 พร้อมทั้งเผยแพร่ผลการตรวจสอบดังกล่าวผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ การที่นายวิชัยอยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษดำเนินคดีโดย ก.ล.ต. เพราะเหตุทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์ดังกล่าว ทำให้นายวิชัยเข้าข่ายเป็นบุคคลที่มีลักษณะขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น ตามข้อ 4(3) ของประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 8/2553 เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ลงวันที่ 23 เมษายน 2553 และมีผลให้นายวิชัยต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทจดทะเบียนและจะดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทต่อไปมิได้ตามนัยมาตรา 89/4 และมาตรา 89/6 แห่งพระราชบัญญัติหลัก
ทรัพย์ฯ ด้วย ดังนั้น ก.ล.ต. จึงไม่อาจแสดงชื่อของนายวิชัยในระบบข้อมูลรายชื่อผู้บริหารบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ ก.ล.ต. กล่าวโทษ







