posttoday
สถาบันปิโตรเลียมหนุนเปิดสัมปทานรอบใหม่

สถาบันปิโตรเลียมหนุนเปิดสัมปทานรอบใหม่

21 กรกฎาคม 2557

สถาบันปิโตรเลียมหนุนเปิดสัมปทานรอบใหม่ แนะเร่งสรุปแนวทางการต่อสัมปทานที่จะหมดอายุ หลังปริมาณสำรองก๊าซฯที่พิสูจน์แล้วเหลือไม่เกิน 6 ปี

สถาบันปิโตรเลียมหนุนเปิดสัมปทานรอบใหม่ แนะเร่งสรุปแนวทางการต่อสัมปทานที่จะหมดอายุ  หลังปริมาณสำรองก๊าซฯที่พิสูจน์แล้วเหลือไม่เกิน 6 ปี

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย  เปิดเผยถึง การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ครั้งที่ 21  ยังมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน  โดยยังต้องเดินตามกรอบของกฏหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือการเปิดประมูลสัมปทานภายใต้เงื่อนไขของ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 หรือ Thailand III เนื่องจากให้ผลประโยชน์ตอบแทนรัฐสูงถึง 70-72 %ของกำไร

นอกจากนี้ยังต้องหาข้อสรุปแนวทางของแหล่งสัมปทานปิโตรเลียม 2 แหล่งใหญ่ที่จะหมดอายุในปี 2565  คือ สัปมทานสัญญาของ บริษัท เชพรอน สำรวจและผลิต  และ สัมปทาน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมหรือ ปตท.สผ.  โดยอย่างน้อยจะต้องหาสรุปให้ได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร ก่อนที่จะสัมปทานจะหมดล่วงหน้า  5 ปี   หรือประมาณปี2560  จะต้องได้คำตอบที่ชัดเจน  ดังนั้นตอนนี้จะเหลือเวลาไม่เกิน 2ปีครึ่ง แม้จะยังมีเวลาอยู่ แต่ก็ต้องให้เวลากับผู้รับสัมปทานรายเดิมในการเตรียมตัวเพราะหากไม่ต่อสัมปทานก็ต้องให้เวลาในเรื่องของการรื้อถอน   ในขณะที่หากมีการต่อสัญญาด้วยผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น  ทางผู้ลงทุนก็ต้องรับทราบข้อมูลก่อนหน้าล่วงหน้าด้วย

อย่างไรก็ตามไทยจำเป็นต้องเร่งหาปริมาณสำรองปิโตรเลียมไว้ในประเทศ เนื่องจากมีปริมาณความต้องการใช้ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจ ในขณะที่ปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติเริ่มทยอยลดลงในอนาคต  ซึ่งปริมาณสำรองก๊าซฯธรรมชาติที่มีอยู่แยกเป็น 2 ประเภท คือ ปริมาณสำรองก๊าซฯที่พิสูจน์แล้ว มีอยู่ 8-9  ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต(ลบ.ฟุต) เมื่อเทียบกับการใช้ที่เกิดขึ้นเฉลี่ยแต่ละปีอยู่ที่ 1.2-1.3 ล้านล้านลบ.ฟุต  ดังนั้นปริมาณสำรองก๊าซฯจะมีเหลือใช้อีก 6 ปี 

2. ปริมาณสำรองก๊าซฯที่ยังไม่ได้พิสูจน์   มีปริมาณอยู่ที่ 8-9  ล้านล้านลบ.ฟุต  ซึ่งโดยเฉลี่ยหากประเมินจากปริมาณสำรองจาก2 ประเภท  ไทยยังมีปริมาณก๊าซฯที่ใช้ได้ไม่เกิน 10 แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ก๊าซฯที่เกิดขึ้นด้วย   โดยขณะนี้การใช้ก๊าซฯลี่ยอยู่ที่วันละ 3,000 ล้านลบ.ฟุต ซึ่งในอนาคตมีโอกาสที่จะเพิ่มสูงขึ้น

“การเปิดสัมปทานรอบใหม่ถ้าเดินตามสายกลางคือกฏหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน  ไม่มีกฏหมายเก่าหรืกฏหมายเก่า  ซึ่งการเปิดประมูลถือว่ารัฐได้ผลตอบแทนสูงสุด การดำเนินการใดๆไม่ควรจะล่าช้า แม้ว่าแหล่งสัปมทานที่เตรียมเปิดจะไม่ใช่แหล่งใหญ่ๆเหมือนในอดีต แต่ก็เป็นการสะสมแหล่งสำรองไว้ใช้ในอนาคต"นายศิริ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน