posttoday
รุกอาเซียนแบบ"พรอดดิจิ"โตตามลูกค้า-ทำตลาดยืดหยุ่น

รุกอาเซียนแบบ"พรอดดิจิ"โตตามลูกค้า-ทำตลาดยืดหยุ่น

21 กรกฎาคม 2557

ในยุคที่ธุรกิจกำลังเข้าสู่ยุคประชาคมอาเซียน ในฐานะที่ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ในยุคที่ธุรกิจกำลังเข้าสู่ยุคประชาคมอาเซียน ในฐานะที่ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก หลายธุรกิจในเมืองไทยจึงมีการขยับขยายการลงทุนไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกก็เป็นหนึ่งธุรกิจที่เล็งเห็นโอกาสของตลาดนี้

ธงชัย ตันสุทัตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอดดิจิ (พีดีจี) ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทขวดเพ็ต เล่าว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่ามีการขยายตัวไม่ต่ำกว่าปีละ 20% เหตุนี้เองจึงทำให้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกมีการเติบโตตามไปด้วย

ด้วยความที่พรอดดิจิมีลูกค้าที่ทำตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศอยู่แล้วและมีลูกค้าหลากหลายที่มีแผนจะขยายการผลิตออกไปประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนด้วย โดยเฉพาะกลุ่มน้ำผลไม้และน้ำมันพืช จึงทำให้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดของตลาดเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะขยายตลาดรองรับความต้องการของลูกค้า

“เบื้องต้นมองว่าตลาดพม่าและกัมพูชาน่าจะมีศักยภาพมากที่สุด เพราะเป็นประเทศเปิดใหม่ที่ยังมีความสดใหม่อยู่และยังเปิดรับทุกอุตสาหกรรม รวมทั้งยังมีความต้องการสินค้าแบรนด์ไทยสูง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่คนพม่าและกัมพูชาคุ้นเคยกับสินค้าไทยเป็นอย่างดี”

อย่างไรก็ตาม พรอดดิจิมีความพร้อมที่จะขยายการผลิตออกไปยังตลาดเพื่อนบ้านเอง โดยคาดว่าน่าจะสรุปตลาดและรูปแบบการลงทุนที่จะเข้าไปได้ภายในปี 2558 ซึ่งทันการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) พอดี

สำหรับลูกค้าของพรอดดิจิ ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ 1.กลุ่มน้ำผลไม้ คิดเป็นสัดส่วน 34% ของยอดขายรวม 2.กลุ่มน้ำมันพืช คิดเป็นสัดส่วน 35% ของยอดขายรวม 3.กลุ่มน้ำดื่ม คิดเป็นสัดส่วน 25% และ 4.กลุ่มเครื่องปรุงรส 5% ซึ่งจะเห็นว่าเป็นการกระจายสัดส่วน เพื่อไม่ให้เกิดการพึ่งพิงรายได้จากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นหลัก ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง

“พรอดดิจิไม่ได้กำหนดสัดส่วนตายตัวว่าจะต้องมีสัดส่วนเท่าไหร่ แต่จะมีการปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงให้เหมาะสมตามสภาพและสถานการณ์ความต้องการของตลาดขณะนั้นมากกว่า ซึ่งตอนนี้มองว่าตลาดในกลุ่มน้ำผลไม้และเครื่องปรุงรสมีโอกาสที่จะขยายตัวได้มากที่สุด เนื่องจากมีลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาหลายราย และยังเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 100% ด้วย”

สำหรับปีนี้บริษัท พรอดดิจิ มีแผนที่จะสั่งซื้อเครื่องจักรในการผลิตใหม่จากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 2 สายการผลิต ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตขวดพลาสติกเพ็ตเป็น 60 ล้านขวด/เดือน จากปัจจุบันกำลังการผลิตอยู่ 50 ล้านขวด/เดือน เพิ่มเครื่องปิดฉลากขวดอัตโนมัติจาก 10 ล้านขวดต่อเดือนเป็น 13 ล้านขวด/เดือน

อีกทั้งเพิ่มเครื่องบรรจุขวดเพ็ตใส่หีบห่ออัตโนมัติอีก 3 ไลน์การผลิต จากปัจจุบันมีอยู่ 2 ไลน์การผลิต และซื้อแม่พิมพ์สำหรับการผลิตหลอดพรีฟอร์มเพื่อจำหน่ายให้กับผู้ผลิตขวดเพ็ตและผู้ผลิตขวดน้ำดื่มที่มีเครื่องเป่าขวดเป็นของตัวเอง เพื่อตอบรับกับความต้องการส่วนเพิ่มจากกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายของบริษัท

จากแผนทั้งหมดนี้ทำให้บริษัทคาดว่า จะทำให้ยอดขายรวมปีนี้อยู่ที่ระดับ 700 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1015% และยิ่งเมื่อมีการขยายเข้าสู่ตลาดเออีซี ก็เชื่อว่าจะช่วยเสริมให้พรอดดิจิเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน