
ตปท.สนหุ้นโรงแรม
โรดโชว์CENTELERW.คึกMINTรอข้อมูลเดือนก.ค.ก่อนปรับเป้า
โรดโชว์CENTELERW.คึกMINTรอข้อมูลเดือนก.ค.ก่อนปรับเป้า
ท่องเที่ยวฟื้นกองทุนต่างชาติเชิญกลุ่มโรงแรม CENTELERW โรดโชว์คึก MINT เล็งซื้อโรงแรมนอกเพิ่ม
นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เปิดเผยว่า ภายหลังการเมืองกลับสู่ภาวะสงบส่งผลให้ที่ผ่านมาบริษัทถูกเชิญจากโบรกเกอร์ให้ไปนำเสนอข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจง (นันดีล โรดโชว์) โดย CENTEL เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เดียวที่ได้รับเชิญเป็นตัวแทนของกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่เริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนมาให้ข้อมูล และมีความสนใจในตัวบริษัทจากแผนกลยุทธ์การเติบโตในธุรกิจโรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหารจำนวน 6 แบรนด์ รวมถึงแผนการลงทุนในต่างประเทศ และมีธุรกิจอาหารที่มีแนวโน้มเติบโตดี
วันที่ 14-29 มิ.ย. 2557 ได้เสนอข้อมูลที่ยุโรปกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอสวิคเคอร์ (ประเทศไทย) และที่สหรัฐกับ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) โดยพบกองทุนทั้งสิ้น 2324 แห่ง รวมถึงวันที่ 15-16 ก.ค. ที่ฮ่องกงพบกองทุนอีก 78 แห่ง เนื่องจากมีมุมมองเป็นบวกต่อภาคการท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น
สำหรับแนวโน้มยอดขายสาขาเดิม ทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหารในเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2557 ของบริษัทสามารถพลิกกลับมามีอัตราการเติบโตเป็นบวกได้ หลังช่วงไตรมาสแรกปี 2557 ที่มีอัตราการเติบโตติดลบที่ประมาณ 1.8% เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกปัจจัยการเมืองที่สงบส่งผลบวกต่อการบริโภคและท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวดีขึ้น
นอกจากนี้ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในเครือช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557 น่าจะปรับดีขึ้นจากครึ่งปีแรกที่ 72.5% ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยเป็นไปตามเป้าหมายที่ 75-80% ขณะที่ธุรกิจอาหารน่าจะมีการเติบโตดีกว่าครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกด้วยเช่นกัน
นายรณชิต มั่นใจว่ารายได้ในปี 2557 จะเป็นตามเป้าหมายที่ 1.90 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 89% จากปีก่อน ขณะที่แผนปรับขึ้นราคาห้องพักเฉลี่ยทั้งปีนี้ยังทำได้ตามแผนที่ 68% แม้ช่วงครึ่งปีแรกจะมีความไม่สงบทางการเมือง แต่บริษัทได้มีการทำสัญญาและแจ้งล่วงหน้ากับตัวแทนขายห้องพัก ขณะที่ธุรกิจโรงแรมของบริษัทต่างจังหวัดซึ่งมีสัดส่วน 75% ของทั้งหมดไม่มีผลกระทบจากการเมือง
น.ส.กันยะรัตน์ กฤษณเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการสายบริหารเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ และประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) กล่าวว่า แนวโน้มอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในเครือช่วงครึ่งหลัง ปี 2557 มีโอกาสที่จะปรับตัวดีขึ้นจากในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 62% เนื่องจากรับปัจจัยสนับสนุนสถานการณ์การเมืองในประเทศที่กลับเข้าสู่ความสงบ ส่งผลบวกต่อภาคการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัว
ทั้งนี้ จะทบทวนเป้าหมายการเติบโตของรายได้เดิมในปี 2557 ที่เคยตั้งไว้ช่วงต้นปีที่ผ่านมาประมาณ 24% และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 75%
แม้ปัจจัยการเมืองจะสงบแต่ต่างชาติยังคงประกาศเตือนพลเมืองที่เดินทางมาไทย จากผลการใช้กฎอัยการศึกและการรัฐประหาร ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 สามารถปรับขึ้นราคาห้องเฉลี่ยได้ 2% ส่วนช่วงครึ่งหลังของปีจะปรับขึ้นอีกหรือไม่ ยังขอติดตามข้อมูลเดือน ก.ค.นี้ด้วย สำหรับผลการโรดโชว์ระหว่างวันที่ 9-11 ก.ค. กับตลาดหลักทรัพย์ได้พบกองทุนมากกว่า 10 แห่ง โดยรวมให้ความสนใจหุ้น ERW หลังการเมืองสงบเพราะรายได้จากธุรกิจหลักมาจากโรงแรมราว 96% และครอบคลุมนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม







