posttoday
เจริญเคเบิลทีวี ปรับทัพ รับสมรภูมิทีวีดิจิทัลเดือด

เจริญเคเบิลทีวี ปรับทัพ รับสมรภูมิทีวีดิจิทัลเดือด

20 กรกฎาคม 2557

ธุรกิจเคเบิลท้องถิ่น ถือเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งทั่วประเทศมีมากกว่า 200 ราย

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ธุรกิจเคเบิลท้องถิ่น ถือเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งทั่วประเทศมีมากกว่า 200 ราย กลุ่มนี้ที่ผ่านมาต้องต่อสู้กับธุรกิจเคเบิลรายใหญ่มาโดยตลอด แต่ด้วยความที่เป็นธุรกิจที่เข้าถึงชุมชนในอัตราค่าบริการที่ไม่แพงมาก ทำให้ธุรกิจนี้ยังเติบโตได้

แต่ขณะนี้ธุรกิจเคเบิลท้องถิ่นต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่กับการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล จำนวน 48 ช่อง พร้อมทั้งภาระที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ต้องนำทีวีดิจิทัลไปออกอากาศตามประกาศของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กลายเป็นอีกปัญหาหนึ่งของผู้ประกอบการ

“วิชิต เอื้ออารีวรกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญยิ่ง (8888) ผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่น ให้บริการในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้ชื่อ “เจริญเคเบิลทีวี” ในฐานะอุปนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นส่วนใหญ่ให้บริการช่องรายการอยู่ประมาณ 60 ช่อง หากต้องนำพาช่องทีวีดิจิทัลอีก 48 ช่องไปด้วย จะกระทบต่อช่องลิขสิทธิ์ที่ซื้อมาให้บริการกับผู้ชม อย่างไรก็ตามประเด็นนี้อยู่ระหว่างการหารือกับ กสทช.เพื่อให้เคเบิลท้องถิ่นสามารถเลือกช่องรายการที่จะนำเสนอแก่ผู้ชมได้

ที่ผ่านมา ธุรกิจเคเบิลท้องถิ่นได้ปรับตัว หลังจากรับทราบว่า กสทช.จะจัดให้มีการประมูลช่องทีวีดิจิทัล ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกับเคเบิลทีวีด้วยเช่นกัน

วิชิต กล่าวว่า เจริญเคเบิลทีวีได้วางแผนการปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อรับมือกับทีวีดิจิทัล โดยได้ลงทุนปรับระบบไปสู่การออกอากาศระบบทีวีดิจิทัล ใช้เงินลงทุนประมาณ 40-50 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้การปรับเปลี่ยนระบบมีความพร้อมให้บริการ เมื่อ กสทช.มีความชัดเจนเรื่องกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซตท็อปบ็อกซ์) ว่าจะต้องมีคุณสมบัติและมีมาตรฐานระดับใด

เจริญเคเบิลทีวี ปรับทัพ รับสมรภูมิทีวีดิจิทัลเดือด

 

“บริษัทได้ลงทุนโครงข่าย ระบบส่งสัญญาณ ห้องออกอากาศ และระบบต่างๆ เพื่อรองรับทีวีดิจิทัลไว้ล่วงหน้า เพราะตั้งแต่มีการจัดตั้ง กสทช.ในปี 2553 ทำให้บริษัทรู้ว่าทีวีดิจิทัลกำลังจะเกิดขึ้นมาในประเทศไทย จึงต้องลงทุนเพื่อรองรับโทรทัศน์ของประเทศไทยที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล ถือเป็นบริษัทเคเบิลท้องถิ่นรายแรกๆ ของประเทศที่ลงทุน และในขณะนี้มีบริษัทที่ทำธุรกิจเคเบิลทีวีประมาณ 5-6 ราย ได้ลงทุนระบบดิจิทัลแล้ว” วิชิต กล่าว

ปัจจุบัน เจริญเคเบิลทีวีมีช่องให้บริการประมาณ 60 ช่อง มีทั้งช่องรายการฟรีทีวี ภาพยนตร์ต่างประเทศ สารคดี กีฬา ข่าว บันเทิง และการ์ตูน รวมถึงรายการลิขสิทธิ์ต่างๆ ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง มีการปรับเปลี่ยนรายการใหม่ได้ในทุกเดือน เฉลี่ยแล้วมีรายการลิขสิทธิ์ประมาณ 4050 ช่อง

ขณะที่การลงทุนซื้อเนื้อหารายการ (คอนเทนต์) ในแต่ละปีจะใช้เงินลงทุนหลายล้านบาทเพื่อซื้อรายการลิขสิทธิ์ มีแหล่งซื้อคอนเทนต์จาก 4 แห่ง ได้แก่ 1.ผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศไทย 2.ตัวแทนขายช่องลิขสิทธิ์ในประเทศไทย 3.ซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตคอนเทนต์ในต่างประเทศ และ 4.ซื้อจาก บริษัท ซีทีเอช หรือทรูวิชั่นส์

วิชิต กล่าวว่า ปัญหาที่เคเบิลทีวีทุกรายกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ คือ ต้องเลือกซื้อคอนเทนต์กับบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้ กสทช.มีมาตรการเรื่องนี้ ด้วยการออกประกาศเรื่อง Hold sell must carry ที่ต้องบังคับให้เคเบิลทีวีรายใหญ่จะถูกบังคับให้ขายคอนเทนต์แบบไม่เลือกปฏิบัติ และรายเล็กจะเป็นอิสระสามารถเลือกซื้อกับคอนเทนต์กับรายใดก็ได้ และในต่างประเทศก็มีกฎหมายดังกล่าว

“ในต่างประเทศเคเบิลท้องถิ่นสามารถอยู่ได้และแข่งขันกับรายใหญ่ของประเทศได้ เพราะรายเล็กมีการรวมกลุ่มกัน มีการรวมกลุ่มเชื่อมโยงเครือข่าย และมีกฎหมายที่เอื้อผู้ประกอบการรายเล็ก จึงอยากให้ กสทช.คำนึงเรื่องการออกกฎเกณฑ์ต่างๆ ของระบบทีวีดิจิทัล ต้องให้ทุกรายในประเทศสามารถแข่งขันได้อย่างเสรี เป็นธรรม ระหว่างระดับชาติและท้องถิ่นด้วย” วิชิต กล่าว

สำหรับการแจกคูปองทีวีดิจิทัลซึ่งยังไม่มีข้อยุติอยู่ในขณะนี้ ทั้งเรื่องราคา การเลือกจำนวนครัวเรือน รวมไปถึงการแจกคูปองสำหรับซื้อกล่องรับสัญญาณประเภทอื่นๆ เช่น กล่องดาวเทียม และเคเบิลทีวี ซึ่งในส่วนของวิชิต อยากให้มีการแจกแก่กลุ่มลูกค้าเคเบิลท้องถิ่นด้วย ปัจจุบันมีจำนวน 3.5 ล้านครัวเรือน และ กสทช.ควรรีบบอกคุณสมบัติของเซตท็อปบ็อกซ์ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวได้ทันว่าควรสั่งซื้อสินค้ารุ่นไหน เพราะราคาเซตท็อปบ็อกซ์ที่รับชมช่องแบบปกติ (เอสดี) และช่องที่มีความคมชัดสูง (เอชดี) มีราคาแตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม แม้การดำเนินธุรกิจจะมีปัญหาต่างๆ มากมายเข้ามา สำหรับเจริญเคเบิลทีวียังมุ่งมั่นขยายบริการไปสู่ครัวเรือนใหม่ๆ มากขึ้น โดยวางแผนขยายกลุ่มลูกค้ากว่า 5 แสนครัวเรือน ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรสาคร และปทุมธานี ทั้งลูกค้าที่อยู่บนอาคาร ตึกสูง คอนโดมิเนียม โรงแรม และโรงพยาบาลต่างๆ และเปิดให้เคเบิลทีวีรายอื่นเข้ามาใช้บริการเชื่อมโยงเครือข่ายของบริษัทได้ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าอีกทางหนึ่ง โดยตั้งเป้าหมายว่าใน 2-3 ปีจะเพิ่มจำนวนลูกค้าได้ครบ 1 ล้านครัวเรือน

วิชิต กล่าวว่า อัตราค่าบริการของบริษัทจะอยู่ในระดับเท่าเดิม คือ มีราคาค่าบริการตั้งแต่ 100 บาทจนถึงสูงสุด 350 บาท แม้ว่าจะมีการออกอากาศทีวีดิจิทัลแล้วก็ตาม โดยเน้นเจาะตลาดระดับปานกลางที่มีรายได้ครัวเรือนต่ำกว่า 5 หมื่นบาท/เดือน รวมทั้งในปี 2558 จะเพิ่มบริการใหม่ที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ต ออน เคเบิล เป็นบริการให้ลูกค้าใช้อินเทอร์เน็ตได้พร้อมกับการดูเคเบิลทีวี เพราะมีโครงข่ายต่างๆ รองรับแล้ว และต้องมีการลงทุนดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยจะคิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 199 บาทไปจนถึง 299 บาท เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากที่สุด มั่นใจจะเป็นรายแรกของเคเบิลท้องถิ่นที่มีบริการ อินเทอร์เน็ต ออน เคเบิล

สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า หากจะเพิ่มลูกค้าให้ได้ 1 ล้านครัวเรือนตามเป้าหมายที่วางไว้ จะต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อขยายโครงข่ายและบริการต่างๆ จึงมีแผนว่าภายใน 2-3 ปีนี้ จะเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพื่อนำเงินทุนไปขยายธุรกิจ จากปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 200-300 ล้านบาท เติบโต 30% จากปีก่อน

วิชิต กล่าวทิ้งท้ายว่า เจริญเคเบิลทีวีแม้จะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ก็พร้อมปรับตัวในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสมรภูมิธุรกิจทีวี หลังมีทีวีดิจิทัลในประเทศ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าสามารถแข่งขันได้ โดยมุ่งนำเสนอคอนเทนต์ที่ดีแก่ลูกค้า พร้อมเสริมบริการใหม่ๆ ที่สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค