
ขึ้นแวตปีหน้าห่วงศก.ช็อก
หวั่นปัจจัยดอกเบี้ยขึ้นเงินเฟ้อรุมเร้าแนะทยอยขึ้นให้เวลาทุกฝ่ายปรับตัว
หวั่นปัจจัยดอกเบี้ยขึ้นเงินเฟ้อรุมเร้าแนะทยอยขึ้นให้เวลาทุกฝ่ายปรับตัว
เอกชนห่วงขึ้นแวตปีหน้าช็อกเศรษฐกิจ แนะทยอยขึ้นเพื่อให้เวลาปรับตัว
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จาก 7% ให้กลับสู่ภาวะปกติที่ 10% ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2558 นั้น อาจฉุดการบริโภคและภาวะเศรษฐกิจไทยได้ เพราะในช่วงดังกล่าว ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และเตรียมขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย มีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย ทั้งตลาดหุ้นและพันธบัตรที่จะไหลกลับไปสู่สหรัฐ ซึ่งรัฐบาลชุดต่อไปในขณะนั้นต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน
“ถ้าจะขึ้นแวตได้ เศรษฐกิจไทยจะต้องเติบโตระดับ 45% ซึ่งเท่าที่มองขณะนี้ยังปริ่มอยู่ว่าจะถึง 4% หรือไม่ เหมือนคนกำลังฟื้นไข้แต่ยังไม่ได้แข็งแรงพอ การขึ้นแวตเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก หากจำเป็นก็ควรปรับขึ้นทีละนิดเหมือนดอกเบี้ยนโยบายทีละ 0.25% ให้ธุรกิจและผู้บริโภคได้ปรับตัว ไม่ใช่พรวด 13% ไม่ให้กระทบเศรษฐกิจแรงเกินไป เหมือนญี่ปุ่นที่การบริโภคหดตัวทันทีที่ขึ้นแวต เนื่องจากมีการกักตุนสินค้าอย่างหนักไว้ก่อนหน้า” นายกอบสิทธิ์ กล่าว
นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย กล่าวว่า การคงแวต 7% ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557-ก.ย. 2558 จะไม่มีผลต่อการบริโภคและการลงทุน แต่หากจะปรับขึ้นในปีหน้า ก็จะส่งผลกระทบต้นทุนสินค้าผลักภาระมาให้ผู้บริโภคแน่นอน ซึ่งขึ้นอยู่กับแรงส่งเศรษฐกิจขณะนั้นเข้มแข็งแค่ไหน
ด้าน นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย สนับสนุนการขึ้นภาษีแวตเพิ่มรายได้เข้าคลัง เพราะไทยมีโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้งบประมาณมาก แต่ยังไม่ชัดเจนเรื่องแหล่งที่มาของเงิน และหากเศรษฐกิจปีหน้าฟื้นตัวได้ตามคาดไว้ที่ 5.5% ก็ไม่น่ามีผลกระทบรุนแรง เพราะประชาชนพอจะมีกำลังซื้อสอดคล้องกันแล้ว เพียงแต่อาจต้องระวังแรงกดดันเงินเฟ้อจากปัจจัยของเฟด
ขณะที่ นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การต่ออายุลดแวต 1 ปีนั้น เป็นเพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เล็งเห็นว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวเฉลี่ยได้ 1.5% ต่อปีเท่านั้น จึงเป็นห่วงว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน ซึ่งการต่ออายุแวตคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจครึ่งปีหลังขยายตัวได้ถึง 3.5% ส่วนการจะปรับขึ้นในปีหน้าหรือไม่นั้น ยังขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมหลายอย่างที่ต้องพิจารณา
ทั้งนี้ กรมสรรพากรยังได้เสนอ คสช.ให้ขยายเวลาลดภาษีบุคคลธรรมดาเป็น 7 อัตรา และลดภาษีนิติบุคคลเป็น 20% ออกไปอีก 1 ปีด้วย







