
บีโอซี หนุน"หยวน"ติด1ใน5สกุลเงินโลก
ธนาคารแห่งประเทศจีน (บีโอซี) เชื่อว่า ความนิยมในการเงินสกุลหยวนในการชำระธุรกิจการค้าที่เพิ่มมากขึ้น
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
ธนาคารแห่งประเทศจีน (บีโอซี) เชื่อว่า ความนิยมในการเงินสกุลหยวนในการชำระธุรกิจการค้าที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐของจีนเอง จะทำให้ในอีก 35 ปีข้างหน้า เงินหยวนกลายเป็น 1 ในสกุลหลักของโลกที่ใช้ในธุรกิจการค้า
จางเหล่ย ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารแห่งประเทศจีน (บีโอซี) กล่าวในการสัมมนาการใช้เงินสกุลหยวนในการทำธุรกรรมการค้า และการลงทุนระหว่างประเทศ ว่า บีโอซีจะจะช่วยขับเคลื่อนในการใช้เงินหยวนให้มากขึ้นในระดับสากล ด้วยการออกพันธบัตรสกุลเงินหยวน การกู้เงินที่เป็นสกุลเงินหยวน และการค้าขายระหว่างประเทศโดยใช้เงินหยวน
ทั้งนี้ ความนิยมในการใช้เงินหยวนเพื่อชำระในธุรกิจการค้าได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากปี 2553-2556 ที่เริ่มใช้เงินหยวนอย่างเป็นทางการ มีมูลค่าการใช้เงินหยวนชำระในธุรกิจการค้ารวมประมาณ 10 ล้านล้านหยวน คิดเป็นอัตราขยายตัวปีละ 20% โดยบีโอซีมีสัดส่วนการใช้เงินหยวนในการชำระอยู่ประมาณ 4 ล้านล้านหยวน แต่เฉพาะปี 2556 เพียงปีเดียว พบว่ามียอดการใช้เงินหยวนในการชำระเงินในธุรกิจการค้าสูงถึง 4.6 ล้านล้านหยวน คิดเป็น 1 ใน 3 ของช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สำหรับปีนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.พ.ค. พบว่ามียอดการใช้เงินหยวนแล้ว 3.2 ล้านล้านหยวน เติบโตในธุรกิจการค้าสูงมาก
สำหรับมูลค่าธุรกรรมที่ใช้เงินหยวนระหว่างไทยจีน ของบีโอซี ในปี 2553 มีมูลค่า 2,700 ล้านหยวน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เงินฝาก เงินกู้ และเงินหยวนที่ใช้ชำระอีก
ด้าน เฉาหยวนเจิ้ง นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารแห่งประเทศจีน สำนักงานใหญ่ ณ กรุงปักกิ่ง กล่าวว่า การเลือกใช้เงินหยวนที่ขยายตัวรวดเร็วทำให้เป็นไปได้ว่า สกุลเงินหยวนจะถูกเลือกใช้เพิ่มขึ้น รองจากเงินเหรียญสหรัฐ ยูโร ปอนด์ เยน โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียที่การใช้เงินหยวนขยายตัวเร็ว เพราะสะดวกและมีเสถียรภาพตามเศรษฐกิจจีน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนจะไม่มีนโยบายบังคับให้ค้าขายกับจีนเป็นเงินหยวน แต่จะเพิ่มเป็นทางเลือกเท่านั้น ฉะนั้นการค้าขายกับไทยในระยะต่อไปจะไม่มีการบังคับซื้อยางพารา หรือสินค้าอื่นกับไทยเป็นเงินหยวน
สำหรับการค้าขายระหว่างจีนกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ยังใช้เงินเหรียญสหรัฐในสัดส่วนถึง 90% ใช้หยวนเพียง 10% ของมูลค่าการค้าจีนทั้งหมด
เฉา กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจจีนขณะนี้แม้ว่าจะชะลอลง แต่ไม่น่าห่วงว่าจะลงแรง (ฮาร์ด แลนด์ดิ้ง) เพราะเป็นการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีน จากเดิมที่เติบโตสูงจากการส่งออกสินค้าคุณภาพต่ำและราคาไม่แพง มาเป็นการเติบโตจากการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น
ทางด้าน ทางจื้อหมิ่น คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญที่สกุลเงินหยวนยังไม่เป็นที่นิยมในการใช้เพื่อชำระธุรกิจการค้า น่าจะเป็นเพราะโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับการธุรกรรม และการดูแลความเสี่ยง ระบบชำระเงิน (เคลียร์ริง) การซื้อขายเงินตราล่วงหน้า (สวอป) รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อการลงทุนที่ควรมีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องความแตกต่างระหว่างพื้นฐานเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในการรองรับการทำธุรกรรมที่หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย







