
ปตท.คุมกติกาเปิดใช้ท่อก๊าซ
เตรียมถกเรกูเลเตอร์คลอดเกณฑ์ปฏิบัติห่วงผู้นำเข้าหน้าใหม่ไม่พร้อมกระทบซัพพลาย
เตรียมถกเรกูเลเตอร์คลอดเกณฑ์ปฏิบัติห่วงผู้นำเข้าหน้าใหม่ไม่พร้อมกระทบซัพพลาย
ปตท.คลอดเกณฑ์เปิดใช้ท่อก๊าซเสร็จใน 5 เดือน ห่วงผู้นำเข้าหน้าใหม่ไม่พร้อมกระทบซัพพลาย
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ปตท.พร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อบังคับของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ที่เตรียมประกาศหลักเกณฑ์การจัดทำข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดให้ใช้ หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานีแอลเอ็นจีแก่บุคคลที่สาม (ทีพีเอ) เพื่อเปิดโอกาสให้มีผู้นำเข้าก๊าซรายอื่นเข้ามาใช้บริการท่อก๊าซ สถานีก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และคลังแอลเอ็นจีของ ปตท.
อย่างไรก็ตาม เรกูเลเตอร์จะร่วมกับบริษัท ปตท. กำหนดกติกาสำหรับให้ผู้นำเข้ารายใหม่นำไปปฏิบัติกรณีที่มีการใช้บริการท่อก๊าซ เช่น กำหนดชนิดของก๊าซที่จะส่งผ่านท่อ เป็นต้น คาดว่ากติกาที่จะนำมาบังคับใช้จะแล้วเสร็จภายใน 5 เดือน
นายไพรินทร์ระบุว่าปัจจุบัน ปตท.เป็นผู้จัดหาและบริการปริมาณก๊าซรวมถึงก๊าซแอลเอ็นจีเพื่อใช้ในประเทศทั้งหมด แต่หากเปิดให้มีผู้นำเข้าก๊าซรายใหม่เข้ามา ผู้นำเข้าจะต้องมีความพร้อม ไม่เช่นนั้นจะมีความเสี่ยงต่อผู้ใช้ ขณะเดียวกันหากผู้ใช้ก๊าซต้องการใช้บริการของผู้นำเข้าก๊าซรายใหม่ก็ต้องมั่นใจว่า ผู้นำเข้าสามารถจัดหาก๊าซให้ได้อย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระยะยาว
“ที่ผ่านมา ปตท.ทำหน้าที่ในการจัดหาก๊าซเพียงรายเดียว โดยเฉพาะการจัดหาก๊าซให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้า แต่ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ปตท.จะรับผิดชอบทั้งหมด” นายไพรินทร์ กล่าว
นายไพรินทร์กล่าวว่าขณะนี้ราคาก๊าซแอลพีจีปรับลดลงมาอยู่ระดับ 10 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ซึ่งเป็นระดับราคาที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับราคาเมื่อช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. สูงถึง 1920 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู เนื่องจากผู้ใช้กลับไปซื้อน้ำมันเพราะมีราคาต่ำลง ซึ่ง ปตท.จะใช้จังหวะนี้ทยอยซื้อแอลเอ็นจี โดยที่ผ่านมา ปตท.นำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีแล้ว 3 ล้านตัน จากแผนนำเข้าเฟสแรก 5 ล้านตัน
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปตท.อยู่ระหว่างการศึกษาการแยกบัญชีธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานออกมาจากธุรกิจหลักของ ปตท. โดยจะเริ่มต้นจากท่อส่งก๊าซธรรมชาติก่อน คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 1 ม.ค. 2558 และเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาใช้บริการได้
“เบื้องต้นจะแยกเฉพาะท่อก๊าซเท่านั้น ไม่รวมโรงแยกก๊าซและขณะนี้ ปตท.ได้มีการแยกธุรกิจท่อส่งก๊าซกับโรงแยกก๊าซออกจากกันอยู่แล้ว แต่กรณีการแยกมาตั้งบริษัทใหม่นั้นตอนนี้ยังไม่ได้มีแผนดำเนินการ แต่ถ้าจะมีการแยกธุรกิจออกมาต้องพิจารณาว่าเกิดประโยชน์หรือไม่ โดยจะศึกษารูปแบบในต่างประเทศ เช่น สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมกับไทยมากที่สุด” นายสุรงค์ กล่าว
นายสุรงค์กล่าวว่าสำหรับการออกกติกาและข้อบังคับเพื่อรองรับผู้นำเข้าก๊าซรายใหม่ (ทีพีเอ) ที่จะมาใช้ท่อก๊าซของ ปตท.นั้น ต้องใช้เวลาพิจารณาพอสมควร เนื่องจากต้องกำหนดขอบเขตของการให้บริการที่คำนึงถึงข้อผูกพันต่างๆ ตลอดจนกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการท่อก๊าซให้เกิดความสมดุลระหว่างปริมาณนำเข้ากับความต้องการใช้ก๊าซ กำหนดอัตราค่าบริการที่สะท้อนต้นทุนและเป็นธรรม







