
สิงคโปร์มองครึ่งปีหลังดี
ผลสำรวจชี้รายย่อยลอดช่องมองธุรกิจครึ่งปีดี ผลจากรัฐลดภาษีและความร่วมมือ
ผลสำรวจชี้รายย่อยลอดช่องมองธุรกิจครึ่งปีดี ผลจากรัฐลดภาษีและความร่วมมือ
เว็บไซต์ข่าวของหนังสือพิมพ์แชนนัลนิวส์ เอเชีย ของสิงคโปร์ รายงานอ้างผลสำรวจซึ่งเป็นการจัดทำร่วมกันระหว่างสหพันธ์ธุรกิจสิงคโปร์ (เอสบีเอฟ) และดีพี อินฟอร์เมชั่น กรุ๊ป (ดีพี อินโฟ) บริษัทรวบรวบข้อมูลเครดิตบูโร ระบุว่า บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ต่างมองธุรกิจในครึ่งปีหลังของปีนี้ในแง่ดี
รายงานของสององค์กรดังกล่าว ได้อ้างดัชนีชี้วัดความอ่อนไหวของเอสเอ็มอีสำหรับเดือน มิ.ย.-ธ.ค. ปรับตัวสูงขึ้น 0.5% ไปอยู่ที่ 54.9 ซึ่งสูงกว่า 50 จุด ชี้ว่าเอสเอ็มอีมองอนาคตของธุรกิจในแง่ดี
“ดัชนีที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากการปรับลดภาษีให้กับเอสเอ็มอีด้านนวัตกรรมและความร่วมมือกันระหว่างรายย่อยในสิงคโปร์” รายงานเอสพีเอฟกับดีพี ระบุ
อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีแรงงานต่างด้าวในสิงคโปร์ ส่งผลให้เอสเอ็มอีหลายแห่งต้องชะลอโครงการพัฒนาธุรกิจ ขณะที่รายย่อยในสิงคโปร์ยังต้องประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานจากการขึ้นภาษีดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลต่อเอสเอ็มอีมีแรงขับเคลื่อนในการเติบโตน้อยลง
โฮเหม็งคิต ซีอีโอของเอสบีเอฟ ระบุว่า ความเชื่อมั่นของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ค่อนข้างต่ำในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เกิดจากการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ถึงแม้สนับสนุนการลงทุนของเอสเอ็มอีมากขึ้น แต่รายย่อยเองก็ต้องปรับตัวขนานใหญ่เช่นกัน โฮเหม็งคิต จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกโครงการช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถจับโครงการขนาดใหญ่ได้มากขึ้น
“นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการวางแผนตั้งงบประมาณปี 2014 ที่บรรจุการให้ความช่วยเหลือการก่อตั้งธุรกิจประเภทไอทีด้วยการสั่งซื้อของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ควรนำโมเดลการให้ความช่วยเหลือนี้ไปใช้กับภาคส่วนอื่นๆ ด้วย” โฮเหม็งคิต กล่าว







