
ทีวีคึกกำลังซื้อฟื้นลุ้นทีวีดิจิทัลกู้ยอดครึ่งหลัง
จบไปเรียบร้อยสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 แม้ว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายกลุ่มสินค้าทีวีได้ไม่มากเท่าครั้งที่ผ่านมา
โดย...จะเรียม สำรวจ
จบไปเรียบร้อยสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 แม้ว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายกลุ่มสินค้าทีวีได้ไม่มากเท่าครั้งที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตจากปกติได้ โดยเฉพาะทีวีจอใหญ่ ซึ่งปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคโดยเฉพาะขนาด 47 นิ้วขึ้นไป
อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ถือว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายทีวีน้อยมาก เมื่อเทียบกับการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล แต่ก็ยังถือว่าเป็น 1 ใน 4 กระแสที่ช่วยกระตุ้นให้ยอดขายทีวีเดือน พ.ค. เติบโตดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก
ปัจจัย 4 กระแสที่ช่วยกระตุ้นให้ภาพรวมตลาดทีวีในช่วงเดือน พ.ค.มิ.ย. ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต เพิ่มขึ้นถึง 15% คือ 1.การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 2.การเกิดทีวีดิจิทัล 3.กำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มปรับตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และ 4.ผู้ประกอบการเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น ซึ่งแอลจีเองก็เปิดตัวสินค้าเทคโนโลยีใหม่ในระบบอัลตร้า เอชดี ทีวี เข้าทำตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า
สำหรับขนาดของทีวีที่ยอดขายดีตั้งแต่ต้นปี ที่ผ่านมา คือ ขนาด 47 นิ้ว ขณะที่บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวทีวีใหม่เข้ามาทำตลาดในช่วงไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 อีก 10 รุ่น จากทั้งหมด 40 รุ่น โดยจะเน้นไปที่เทคโนโลยีใหม่ๆ จนถึงสิ้นปีคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 2325% จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด อยู่ที่ 22%
อลงกรณ์ คาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดทีวีในด้านของจำนวนยูนิตปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% หรือมียอดขายประมาณ 3 ล้านเครื่อง แต่หากคิดเป็นมูลค่าคาดว่าจะมีเติบโต 10% เนื่องจากราคาทีวีเก่าจะปรับลดลงทุกปีเฉลี่ย 5% หลังจากมีสินค้า รุ่นใหม่เข้ามาทำตลาด 6 เดือน
ถกล นิยมไทย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ กล่าวว่า ยอดขายทีวีในช่วงการแข่งขันบอลโลกที่ผ่านมาไม่ค่อยมีความคึกคักมากนัก แต่เชื่อว่าหลังจากกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคในหลายพื้นที่สามารถรับสัญญาได้มากขึ้น จึงทำให้มั่นใจว่าภาพรวมตลาดทีวีในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกแน่นอน
ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจทีวีของโตชิบาในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอีก 2 ซีรีส์ รวม 12 รุ่น ซึ่งสินค้าไฮไลต์ครึ่งปีหลังจะเป็น 4K และทีวีที่มีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพราะหลังจากเปิดตัวสินค้าดังกล่าวเข้าทำตลาดไปในช่วงเดือน มี.คเม.ย.ที่ผ่านมา พบว่าลูกค้าให้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะขนาด 4755 นิ้ว
หลังจากเปิดตัวทีวีที่มีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่องในปีนี้ คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้จากกลุ่มสินค้าดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 15% ของยอดขายทีวีทั้งหมด ขณะที่ภาพรวมยอดขายทีวีในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 15% จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 1213%
ด้าน อัศวิน ชูสถาพรกุล ผู้จัดการอาวุโสธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ธุรกิจทีวีในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา นอกจากจะแข่งขันกัน ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างสูงสุดแล้ว ยังมีปัจจัยเสริมอีกหลายปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นตลาดทีวีให้คึกคักมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนระบบการรับชมทีวีจากระบบอะนาล็อกสู่ระบบดิจิทัล และมหกรรมกีฬาระดับโลก ที่เพิ่งจบไปก็ช่วยสร้างสีสันให้กับตลาดทีวีเมืองไทยได้อย่างดี
“ทุกครั้งที่มีมหกรรมกีฬาลักษณะนี้ จะเป็นช่วงที่ดีมานด์ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นสูงมาก ผู้บริโภคจำนวนมากได้โอกาสเหมาะที่จะเปลี่ยนทีวีไปสู่รุ่นที่ดีกว่า คมชัดกว่า จอใหญ่กว่า โดยช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันและระหว่างการแข่งขัน อุตสาหกรรมทีวีในภาพรวมของเมืองไทยคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ผลิตแต่ละรายได้เตรียมการโฆษณารวมถึงแคมเปญส่งเสริมการขายออกมาดึงดูดใจผู้บริโภค” อัศวิน กล่าว
ในส่วนของซัมซุงได้เปิดตัวซัมซุงยูเอชดีทีวีจอโค้งเข้าทำตลาดตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อตอบโจทย์การรับชมทีวีของผู้บริโภคชาวไทยในด้านของสีสันและความคมชัดสมจริง ซึ่งพบว่าได้ผลการตอบรับจากลูกค้าเป็นที่น่าพอใจ
จากแนวโน้มของตลาดทีวีที่กำลังฟื้นตัวเชื่อว่าภาพรวมการแข่งขันในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น โดยปัจจัยที่จะเป็นแรงหนุนหลักก็น่าจะหนีไม่พ้นทีวีดิจิทัล เพราะสัญญาณการออกอากาศ ที่ครอบคลุมผู้ชมทั่วประเทศมากขึ้น หรือคิดเป็นอัตราส่วน 50% ของครัวเรือนทั้งหมดทั่วประเทศ
ประกอบกับในอนาคตอันใกล้นี้ สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะออกมาแจกคูปองเพื่อเป็นส่วนลดการซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ปัจจัยดังกล่าวน่าจะช่วยให้ตลาดรวมทีวีในช่วงครึ่งปีหลังนี้มีความคึกคักมากขึ้น แต่จะทะลุเป้า 15% หรือไม่ ยังเหลือเวลาอีก 5 เดือนให้พิสูจน์ฝีมือ







