
"วินาศภัย" โหมหนักเบี้ยขายติดลบ
แนวโน้มตลาดประกันวินาศภัยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะยังมีการแข่งขันที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
แนวโน้มตลาดประกันวินาศภัยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะยังมีการแข่งขันที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทประกันแต่ละแห่งคงต้องโหมทำยอดขายให้ได้ตามเป้าที่วางไว้
ในเมื่อช่วงครึ่งแรกที่ผ่านมา ตลาดเบี้ยโดยรวมไม่สดใสมากนัก ยอดขายเบี้ยช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้ติดลบไปแล้ว 0.6% ขณะที่ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ (ม.ค.มี.ค.) เติบโตเพียง 1% เท่านั้น
ดังนั้น หากดูตัวเลขที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ตั้งเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจประกันภัยในปีนี้ไว้ที่ 10% นั่นเท่ากับว่าช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ธุรกิจประกันก็ต้องทำเบี้ยเติบโตให้ได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 12% ถึงจะทำให้เบี้ยประกันโดยรวมปีนี้เติบโตได้ตามที่ คปภ.ตั้งเป้าไว้
ขณะที่ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ตั้งเป้าการเติบโตปีนี้ไว้เพียง 56% เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้เช่นกัน เนื่องจากธุรกิจประกันวินาศภัยยังเป็นธุรกิจปลายน้ำ การที่ประชาชนส่วนใหญ่จะซื้อประกันได้ก็ต้องมีเงินเหลือเพียงพอก่อน สวนทางกับกระเป๋าเงินของประชาชนในปัจจุบันที่มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงถึง 80% และมีเงินเหลือเพียง 20% เท่านั้น สินค้าประกันจึงมักจะไม่ใช่ตัวเลือกแรกในการซื้อหามาใช้งาน
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดขายเบี้ยโดยรวมของธุรกิจประกันภัยจะติดลบ แต่ก็ยังมีบริษัทประกัน 45 แห่ง ที่ยังคงรักษาอัตราเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง
เช่น บริษัท เมืองไทยประกันภัย มีการเติบโตถึง 16% โดยได้พันธมิตรหลักยักษ์ใหญ่ด้านโบรกเกอร์ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ ที่ส่งเบี้ยให้เป็นกอบเป็นกำ
ส่วนบริษัท อาคเนย์ประกันภัย ก็มีการเติบโตถึง 12% บริษัท สินมั่นคงประกันภัย เติบโต 10% บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ เติบโต 8% และบริษัท วิริยะประกันภัย เบอร์หนึ่ง ด้านประกันภัยรถยนต์ ก็เติบโต 0.7%
ขณะที่บริษัทประกันอื่นๆ ที่มีรายได้จากเบี้ยประกันรถยนต์เช่นกัน อย่างบริษัท ประกันคุ้มภัย ติดลบไป 8.4% บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) ติดลบ 6.3% บริษัท ทิพยประกันภัย ติดลบไป 5% และบริษัท กรุงเทพประกันภัย ติดลบ 1.9%
ดังนั้น สิ่งที่ทำได้สำหรับตลาดประกันวินาศภัยหลังจากนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของสงครามราคา โดยเฉพาะการตัดราคาของเบี้ยประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทรัพย์สิน เพื่อแย่งงานกัน ซึ่งทุกบริษัทประกันต่างก็ต้องรักษาฐานลูกค้าเอาไว่้ไม่ให้หายและรักษาการเติบโตของตัวเองไว้ไม่ให้หลุดเป้า แม้ต้องใช้ความพยายามแค่ไหนก็ตาม
แต่ไม่ว่าการแข่งขันของธุรกิจประกันจะรุนแรงแค่ไหน ก็อย่าให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของลูกค้าเป็นสำคัญ







