posttoday
กางแผน"กาญจนบุรี"กางแผนท่องเที่ยว-อุตฯเกษตร

กางแผน"กาญจนบุรี"กางแผนท่องเที่ยว-อุตฯเกษตร

16 กรกฎาคม 2557

“กาญจนบุรี” ถือเป็นเมืองที่มีความได้เปรียบในหลายๆ ด้าน ทั้งการท่องเที่ยวและการค้าชายแดนเนื่องจากมีพื้นที่ติดกับประเทศพม่า

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

“กาญจนบุรี” ถือเป็นเมืองที่มีความได้เปรียบในหลายๆ ด้าน ทั้งการท่องเที่ยวและการค้าชายแดนเนื่องจากมีพื้นที่ติดกับประเทศพม่า ส่วนจะใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบที่มีอยู่ต่อยอดให้กาญจนบุรีกลายเป็นประตูหน้าด่านทางการค้าฝั่งตะวันตกได้อย่างไรนั้น “โพสต์ทูเดย์” จึงได้ลงพื้นที่เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

3 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ

ชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดว่า ได้ดึงจุดเด่นและความได้เปรียบของจังหวัดมาเป็นตัวกำหนด ซึ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพราะกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา วัฒนธรรมที่หลากหลายของชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี

2.การเป็นเมืองเกษตรอุตสาหกรรม เพราะพื้นที่ 2 ใน 3 เป็นพื้นที่ต้นน้ำและเขตชลประทาน จึงทำให้เป็นแหล่งกสิกรรมสำคัญ ทั้งอ้อย ข้าวโพด รวมทั้งเป็นปศุสัตว์ด้วย และ 3.การค้าผ่านแดนและการค้าชายแดน ซึ่งล่าสุด จ.กาญจนบุรี ได้เปิดด่านพุน้ำร้อนเป็นด่านถาวรแห่งที่สอง รวมทั้งยังมีแผนจะผลักดันให้เกิดโครงการท่าเรือทวาย

“ยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ด้าน จะทำให้กาญจนบุรีกลายเป็นเมืองหน้าด่านและศูนย์กลางโลจิสติกส์ฝั่งตะวันตก เพราะจากด่านพุน้ำร้อนสามารถเชื่อมไปยังท่าเรือทวายที่มีร่องน้ำลึกถึง 20 เมตร และยังเป็นจุดที่สามารถเชื่อมได้ทั้งทะเลอ่าวไทย อันดามัน และทะเลจีนใต้ ทำให้อนาคตกาญจนบุรีจะกลายเป็นฐานการผลิตและขนส่งที่สำคัญ”

มาถึงวันนี้ แม้โครงการท่าเรือทวายจะล่าช้ากว่าที่คาดกันไว้ แต่ก็กลายเป็นเรื่องดีที่ทางจังหวัดจะใช้ช่วงเวลานี้เตรียมความพร้อมและศักยภาพที่แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรองรับการลงทุน ทั้งการลงทุนสร้างสาธารณูปโภคและการพัฒนาบุคลากร

ทั้งนี้ ในที่สุดเชื่อว่าโครงการท่าเรือทวายจะเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมาก และคาดว่าหลังการเลือกตั้งพม่าในปีหน้าโครงการนี้จะเดินหน้าต่อไป ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นโอกาสทองที่จะพัฒนา จ.กาญจนบุรี เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และการแข่งในเวทีนานาชาติ

จัดโซนนิ่งวางผังเมืองใหม่

สำหรับสิ่งที่จังหวัดกำลังเร่งพัฒนาเพื่อยกระดับตัวเองให้พร้อมที่จะแข่งขัน เริ่มจากการวางผังเมืองใหม่ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน คือ 1.โซนเมืองชายแดนเพื่อรองรับการค้าชายแดน การขนถ่ายสินค้าและการท่องเที่ยวที่ไหลผ่านตามชายแดน ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมจัดทำประชาพิจารณ์ภายในเดือนก.ค.ส.ค.นี้ และคาดว่าน่าคลอดผังเมืองใหม่ได้ทันเปิดเออีซี 2.โซนพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม (พื้นที่เศรษฐกิจ) ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางเหนือของจังหวัด ที่จะเชื่อมต่อกับโครงการสร้างถนนมอเตอร์เวย์จากบางใหญ่พุน้ำร้อนทวาย โดยพื้นที่ที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ อ.หนองปรือ พนมทวน เลาขวัญ ศรีสวัสดิ์ อ.บ่อพลอย และ ต.หนองขาว ใน อ.ท่าม่วง ซึ่งเรื่องแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์ยังสรุปไม่ลงตัวว่าจะใช้แนวเส้นทางใด แต่ในอนาคตคาดว่าจะมีการลงทุนใหม่ๆ เข้ามาในพื้นแนวเส้นทางดังกล่าว ซึ่งต้องมีการขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น และ 3.โซนเมืองเก่า ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจปัจจุบันจะนำไปใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในอนาคต ทั้งหมดนี้เพื่อการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนของจังหวัด

นอกจากนี้ ชัยวัฒน์ยังมองว่าจำเป็นต้องขยายระบบชลประทานให้กว้างขึ้น เพื่อให้เขตเมืองทางตอนเหนือของจังหวัด ได้แก่ อ.หนองปรือ พนมทวน เลาขวัญ ศรีสวัสดิ์ อ.บ่อพลอย และ ต.หนองขาว ใน อ.ท่าม่วง มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงได้เสนอของบประมาณในโครงการผันน้ำวงเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อผันน้ำจาก อ.ศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำและเป็นที่ตั้งของเขื่อนศรีนครินทร์ลงมายังอำเภออื่นๆ

“ยุทธศาสตร์ที่วางไว้ไม่เพียงแต่จะทำให้เศรษฐกิจของกาญจนบุรีเติบโตขึ้นแบบทวีคูณ จากปัจจุบันที่มีมูลค่าการค้าประมาณปีละ 11.2 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 2.4 แสนล้านบาท ภายในปี 2558 แต่จะช่วยเป็นตัวผลักดันให้เศรษฐกิจในภาคตะวันตกของไทยเติบโตตามไปด้วย”ชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค