
องค์ประกอบของเว็บไซต์ที่ดี (ตอน 2)
Speed (ความเร็วในการแสดงผล)
Speed (ความเร็วในการแสดงผล)
ในการเปิดเว็บไซต์แต่ละหน้า เว็บไซต์ที่ดีไม่ควรมีองค์ประกอบที่ทำให้ผู้เข้าชมเว็บใช้เวลาในการโหลดนานเกินไป เพราะธรรมชาติของผู้เข้าชมเว็บไซต์จะไม่มีความอดทนสูงมากนักในการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ถ้าการเข้าถึงเว็บไซต์ทำให้เขาต้องเสียเวลามากเกินไป ผู้ชมท่านนั้นก็จะออกจากเว็บไปทันที ฉะนั้นวิธีการที่จะปรับปรุงให้เว็บไซต์มีความเร็วที่สูงขึ้นในการแสดงผลมีดังนี้ คือ
...ระมัดระวังเรื่องขนาดของรูปภาพและไฟล์ (มีผลต่อความเร็ว) หากภาพหรือไฟล์บนเว็บไซต์นั้นมีขนาดใหญ่ ก็จะทำให้เว็บไซต์ของท่านแสดงผลได้ช้าลง การใส่ภาพลงบนเว็บไซต์ควรจะเลือกวิธี “Save for Web” และบันทึกภาพให้มีนามสกุล .JPG หรือ .GIF
r...ในการใส่ไฟล์จำพวกวิดีโอและออดิโอ (ภาพและเสียง) อย่าให้ไฟล์เหล่านี้เล่นอัตโนมัติโดยทันที แต่ให้มีปุ่ม “play” เพื่อให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถเลือกเล่นไฟล์นั้นได้ด้วยตัวเอง
...ในกรณีที่เลือกใช้บริการ Web Hosting ควรเลือก Server หรือ Web Hosting ที่เร็วและมี Bandwidth มากพอ (Bandwidth คือความเร็วในการรับและส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต)
...การใส่ Code Banner, Counter หรือการเขียน Code มาใส่บนเว็บไซต์นั้น ควรระวังเรื่องความเร็วและเสถียรภาพของระบบของ Server ของผู้ให้บริการ Code ที่ท่านนำมาติดตั้งด้วย เช่น หาก Server ของ Code ที่นำมาติดล่มหรือโหลดช้า จะทำให้เว็บของท่านเปิดไม่ได้หรือโหลดช้าไปด้วย เป็นต้น
...การใช้ Flash หรือ Code ภาพเคลื่อนไหวต่างก็มีผลทำให้ใช้เวลาโหลดนาน และอาจไม่สามารถแสดงผลในอุปกรณ์บางประเภท จึงควรจะทดสอบความเร็วของการแสดงผลของส่วนประกอบต่างๆ ก่อน รวมถึง Preview การแสดงผลของเว็บไซต์ท่านก่อนเสมอ ก่อนที่จะโปรโมทเว็บไซต์ของท่านออกไป
Attractiveness ความน่าสนใจ ดึงดูด
เว็บไซต์ที่น่าสนใจและดึงดูด ต้องสามารถทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หยุดอยู่ที่เว็บไซต์ของท่านได้ทันทีเมื่อเข้ามาครั้งแรก โดยต้องคำนึงถึงวิธีการตามหลักการ AIDA ดังต่อไปนี้
...“Attention” ทำให้ผู้ชมเว็บหยุดเพื่อที่จะอ่านข้อมูล วิธีการที่ดึงดูดความสนใจที่ดี เช่น การใส่ภาพคนลงบนจุดกึ่งกลางของหน้าเว็บไซต์ เพื่อนำสายตาผู้เข้าชมไปที่ภาพนั้นๆ
...“Interest” อธิบายเพื่อสร้างความสนใจในตัวสินค้าหรือบริการ เมื่อใช้ภาพคนเพื่อดึงดูดให้ผู้ชมเว็บหยุดที่หน้าเว็บไซต์ได้แล้ว ก็ให้เขียนรายละเอียดเพื่อให้คนสนใจอ่านข้อมูลต่อไปทันที ดังนั้นหากกระบวนการแรก (Attention) ไม่สามารถทำให้ผู้ชมเว็บหยุดเพื่อที่จะอ่านข้อมูลได้ ก็จะไม่สามารถก่อให้เกิดกระบวนการที่สอง (Interest) ได้ เนื่องจากผู้เข้าชมจะไม่สนใจที่จะอ่านข้อความธรรมดา หากไม่มีสิ่งดึงดูดสายตาก่อน
...“Desire” ทำให้เกิดความรู้สึกอยากซื้อหรือใช้บริการ เมื่อเกิด Interest แล้ว ก็ต้องกระตุ้นให้ผู้ที่กำลังอ่านข้อมูลสินค้าหรือบริการบนหน้าเว็บไซต์เกิดรู้สึกอยากซื้อหรือใช้บริการ โดยอาจจะแสดงรูปภาพที่โดดเด่นของสินค้าหรือบริการ
...“Action” ปิดการขาย หรือทำให้ตัดสินใจซื้อ ต้องให้ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เกิดการกระทำบางอย่างบนเว็บไซต์ (Call to action) เช่น สมัครสมาชิก ส่งแบบสอบถามมาที่หน้าเว็บไซต์ ดังนั้นให้จินตนาการว่าเมื่อผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านเนื้อหามาถึงจุดหนึ่งแล้ว ท่านอยากให้เขาไปที่หน้าไหนต่อ แล้ววางลิงค์อ่านต่อไว้ที่ข้างๆ เนื้อหานั้น เช่น เว็บไซต์โรงแรมจะวางปุ่มจองห้องพักไว้ข้างๆ รูปภาพที่แสดงรายละเอียดของห้องพัก เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถคลิกที่ปุ่มจองได้ทันที เป็นต้น







